“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

0
805
“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

ถ้าพูดถึงนักแสดงชายที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้  คงหนีไม่พ้นหนุ่ม “ต่อ” ธนภพ ลีรัตนขจร หรือที่รู้จักกันดีในนามของ ต่อ ฮอร์โมน จากซีรีส์ดังฮอร์โมนวัยว้าวุ่น  ที่ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี แต่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในวัยเพียง 21 ปี  มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ถึง 2 เรื่อง จากค่ายใหญ่อย่าง GTH  ฝากไว้ในกายเธอ และเมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ ที่มีกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม  และล่าสุดกับโฟโต้บุ๊คเล่มแรกในชีวิตที่มีชื่อว่า “KissThanapob”  https://www.facebook.com/kissthanapob/

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

โฟโต้บุ๊คเล่มแรก มีที่มายังไง

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

ตอนแรกเป็นพี่ทีมเขียนบทฮอร์โมนท่านหนึ่ง ชื่อพี่วรรณ เขาต้องการจะทำโฟโต้บุ๊คเล่ม ที่ไม่ได้เล่าแค่ภาพอย่างเดียว เพราะปกติเนี่ย เราจะคิดถึงหนังสือแค่มีภาพสวยๆ สุดท้ายเขาก็ได้มาชวนผม ว่าอยากให้ไปทำด้วยกัน เป็นโฟโต้บุ๊คของตัวเองเล่มแรกด้วยที่ได้ไปถ่ายสถานที่สวยๆ  อย่างประเทศญี่ปุ่นครับ

ความพิเศษของ Kiss Thanapob คืออะไร

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

เล่มนี้มีจุดเด่นพิเศษ เหมือนพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มหนึ่งมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวไปในตัวด้วย และเสริมจุดเด่นพิเศษ เป็นที่มาของชื่อหนังสือ สื่อให้เป็นรอยจูบ เป็นคำพูดเมื่อเราได้ยินถึงคำว่ารอยจูบเนี่ย จะจินตนาการได้มากมายดูไม่มีที่สิ้นสุดว่าคุณโดนจูบตรงไหน หรือว่าเรากำลังจูบตรงไหนกันแน่ แต่ทำให้เรารู้สึกดี เป็นการแสดงความรักได้อย่างหนึ่งครับ เป็นโฟโต้บุ๊คของตัวเองเล่มแรกด้วย ทำให้คนอ่านรู้สึกว่ากำลังคบกับผมอยู่ เหมือนหนังสือเล่มนี้อยากเล่าถึงคู่รักที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าร้อน ซึ่งผมถ่ายคนเดียวจะสื่อถึงว่าคนอ่านกำลังไปกับผม หรือเป็นแฟนกับผมนั่นเองครับ

แบ่งเวลาเรียนกับการทำงานยังไง

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

ส่วนใหญ่แล้วผมไม่ค่อยเหมือนคนอื่น ตรงที่ไม่ใช่คนที่รับแต่งาน ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่4 คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งผมเรียนเป็นหลัก ไม่มีอะไรมาเบียดเรื่องเรียนได้ ยกเว้น งานสำคัญจริงๆ ผู้ใหญ่ขอ ก็จะดูตามความเหมาะสมครับ พอเป็นเรื่องของโปรเจคท์ใหญ่ อย่างซีรีส์ หนัง ละคร อันนี้จะเป็นอีกความคิดหนึ่ง คือถ้าเลือกที่จะรับแล้วต้องทำให้เต็มที่ ไม่เคยคิดที่จะทำงานแล้วให้คนรู้สึกว่าเราไม่เต็มที่กับงาน ค่อยมีการขยับได้ครับ

มีเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอย่างไร

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

 

อย่าทะเยอทะยานมากเกินไปครับ ผมว่ามนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มักจะทะเยอทะยานมากๆ เรียกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่จับปลาสองมือไขว่คว้าอยากจะจับซะทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วเราควรหันกลับมามองตัวเองก่อนว่า เราทำทีเดียวไม่ได้หรอก จะทำทั้งหมดให้มันดีได้ยังไง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องมอง เราต้องมีจุดของเราและอีกความคิดคือ คนที่เขาทำงานแบบผม จะมีความสัมพันธ์กับเพื่อนน้อยกว่าคนในวัยเดียวกัน ผมคิดว่าชีวิตมหาวิทยาลัยสิ่งที่สำคัญต้องมีเพื่อน เพราะคอยช่วยเหลือในสิ่งที่ไม่สามารถทำเองได้ ฉะนั้นเพื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมทำทุกอย่างลุล่วงได้ด้วยดี

แรงบันดาลใจในการเรียนของเราคืออะไร

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

มีแรงบันดาลใจในการเรียนเป็นตัวเองครับ เรามีช่วงชีวิตหลายช่วง แล้วรู้สึกว่าผมผ่านชีวิตมาหลายแบบ มีช่วงที่รู้สึกว่าแพ้ และมีช่วงที่ผมรู้สึกว่าชนะ เพราะฉะนั้นสุดท้ายแรงผลักดันที่ดีที่สุดมันคือตัวเราเองมากกว่า พอมันเป็นช่วงของการเรียนรู้มันค่อนข้างละเอียดอ่อนและเฉพาะทาง ผมมีช่วงที่ตัวเองเรียนเก่งมากๆ และก็ห่วยสุดๆ มาแล้ว เพราะฉะนั้นมันจะมีข้อเปรียบเทียบในตัวเองเหมือนสองคนมีทั้งสองแบบ เราแค่เลือกหยิบใช้คนในพาร์ทที่เราอยากจะเป็นมากกว่า

มีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำบ้าง

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

น่าจะเป็นละครเวทีแนวไหนก็ได้พอเป็นศาสตร์การแสดงผมค่อนข้างเปิดกว้าง อยากเรียนรู้มากขึ้นอย่างเรื่องเมย์ไหนไฟแรงเฟร่อพลิกบทบาทมากครับ เป็นคอมเมดี้เรื่องแรก ก็สนุกดี มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับเรา รู้สึกเหมือนว่าได้เจอห้องใหม่ที่เปิดมาเราก็เจอสไตล์การแต่งตัวที่เราไม่คุ้นและตื่นเต้นไปกับมัน แล้วเราเพิ่งเคยเจอห้องนี้ก็อยากจะเจอห้องใหม่ๆ ตลอดครับ

คิดว่า ต่อ ในอีก 10 ปีข้างหน้าจะกำลังทำอะไรอยู่

“ต่อ” ธนภพ ชอบได้แต่อย่าทิ้งตัวตน

ไม่แน่ใจว่าจะมีพาร์ทการแสดงอยู่ไหม ถ้ามีอยู่ก็คงทำครับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่เคยไม่มีฝัน เคยเป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไรและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ตัวเองชอบคืออะไร แต่พอเริ่มไปเจอครูบิว ตอนเรียนการแสดงที่ GTH ครั้งแรกก่อนที่โปรเจคฮอร์โมนจะเริ่ม ซึ่งครูเขาดึงตัวตนเราออกมา ตัวตนที่เป็นนักแสดง เหมือนเราเจอแก่นของเราในสิ่งที่เราทำได้จริงๆ ชอบและมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับสิ่งนี้ ได้เป็นใครก็ไม่รู้ และเรารู้สึกว่าเราได้กำไรตลอดเวลา ได้เจอเพื่อนคนสำคัญที่ไม่มีใครสามารถเป็นเพื่อนกับเขาได้และเราต้องเป็นตัวละครตัวนั้น ผมคิดเสมอว่าตัวละครที่ผมต้องเป็น คือเพื่อนสนิทของผมเอง

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ   ที่มองเราเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตของเขาบ้าง

อยากขอบคุณครับ ที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครได้ อยู่ดีๆ ก็เหมือนมาเป็นไอดอลให้เขาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้คือรู้สึกดีมากที่เขาเห็นเราเป็นแบบอย่าง แต่อยากให้รู้สึกไว้ว่าแบบอย่างไม่ใช่การลอกครับ เหมือนคนสมัยนี้ทิ้งตัวตนของตัวเองง่ายมาก เยอะมากที่เสียตัวตนของตัวเองไปโดยที่ไม่รู้ตัว จริงๆ แล้วมันเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่าทำให้มันหายไป อย่าทิ้งความเป็นตัวเอง ผมจะให้กำลังใจคนอื่นเสมอว่าไม่มีใครไม่มีค่า ทุกคนมีค่าในตัวเองหมด เพราะฉะนั้นการที่คุณเป็นคุณมันคือสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าหากอยากเอาตัวผมเป็นแรงบันดาลใจ ได้เลยครับ แต่แค่บางเรื่องนะ ชื่นชอบผม ผมรู้สึกดีใจมากรู้สึกรักมากกับสิ่งนี้ มีคนให้กำลังใจมีคนอยากเอาเป็นแบบอย่างถึงบางครั้งจะกดดันบ้าง แต่จะทำตัวดีๆ ให้สมกับการเป็นแบบอย่างของคุณครับ

การที่เราเห็นคุณค่าในตัวผู้อื่น นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่ลองสำรวจจิตใจตัวเองดูหรือยังว่า เราเห็นคุณค่าในตัวของเราเองแล้วหรือยัง เช่นเดียวกับที่ต่อได้กล่าวว่า ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง  อย่าหลงลืมลบตัวตนของเราไป เพียงเพราะเราอยากเป็นแบบใครสักคน เพราะนั่นไม่ใช่ตัวเรา  ฉะนั้น “อย่าทะเยอทะยานมากเกินไปครับ” ต่อทิ้งท้าย ว่ามิตรภาพนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

บทความโดย นักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ DPU