ฟอรั่มความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” สิ้นสุดลงแล้ว

0
42

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ฟอรั่มความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ที่ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 วันสิ้นสุดลงที่กรุงปักกิ่ง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกล่าวกับสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นฟอรั่มครั้งนี้ว่า ผู้ร่วมฟอรั่มมีความเห็นพ้องกันในแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ทำให้แผนปฏิบัติการเกี่ยวกับ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่า ทุกฝ่ายจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และร่วมสร้างประชาคมร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเผยจีนจะจัดฟอรั่มความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ครั้งที่ 2 ในปี 2019

สองวันที่ผ่านมา ผู้ร่วมฟอรั่มทั้งจากจีนและต่างประเทศได้อภิปรายอย่างละเอียดเกี่ยวกับการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศและความร่วมมือ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพื่อบรรลุชัยชนะร่วมกัน ในการประชุมสุดยอดที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ผู้นำประเทศและองค์การระหว่างประเทศรวม 30 ท่าน ได้บรรลุความเห็นพ้องกันในหลายประเด็น เช่น เสริมการประสานนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระหว่างกัน ลงลึกความสัมพันธ์ฉันหุ้นส่วน ผลักดันความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงกัน เพื่อบรรลุการพัฒนาที่เกี่ยวโยงกัน อีกทั้งประกาศแถลงการณ์ร่วมหลังเสร็จสิ้นการประชุม

ระหว่างจัดฟอรั่มครั้งนี้ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงนามสัญญาความร่วมมือกับจีนเกี่ยวกับการเพิ่มการประสานนโยบาย การเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาการค้าให้มีความคล่องตัวมากขึ้น การกระชับความร่วมมือด้านการเงิน และเพิ่มการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนเพื่อเข้าใจกันมากขึ้น จนถึงขณะนี้ ประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ลงนามสัญญาความร่วมมือกับจีนเกี่ยวกับ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” มีถึง 68 ประเทศและองค์กร ผู้นำประเทศและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ เห็นว่า “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ในฐานะเป็นการริเริ่มระหว่างประเทศที่สำคัญเสนอโอกาสความร่วมมือที่สำคัญแก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่อการนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เป็นเวทีเปิดสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ ทุกประเทศที่มีส่วนร่วมมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน มีบทบาทของตน และเป็นผู้ได้ประโยชน์ ทุกประเทศล้วนมีความปรารถนาที่จะเปิดสู่ภายนอก และร่วมมือกับประเทศอื่น เพื่อได้ชัยชนะร่วมกัน ประเทศที่เข้ามามีส่วนร่วมจะไม่แบ่งกลุ่มด้วยทัศนคติที่แตกต่างกัน โดยจะไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับประเด็นการเมือง และไม่กีดกันฝ่ายที่ 3

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่ประชาคมโลกกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ ผลักดันยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญอยู่นั้นสอดคล้องกับประโยชน์จากการพัฒนาในระยะยาวของทุกประเทศ ประชาคมโลกมีเหตุผลที่จะมั่นใจในอนาคตการพัฒนาของ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก China Face ประเทศไทย

ทิ้งคำตอบไว้