“พญามังกรเปิดถ้ำ จีนเปิดตลาด คำสัญญาจากงาน Import Expo”

0
18

ย้อนมองดูงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน China International Import Expo ( CIIE) ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5-10 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เพราะมีมากกว่า 3,600 บริษัท จาก 172 ประเทศทั่วโลกที่จีนเชิญเข้าร่วมงาน โดยในพิธีเปิดมีผู้นำจาก 17 ชาติ รวมถึงนายวลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีของรัสเซีย เข้าร่วมด้วย ส่วนผู้นำไทยแม้ไม่ได้ไปร่วม แต่ก็มีดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่พารัฐมนตรีอีก 3-4 กระทรวงพร้อมคณะภาคเอกชนไปร่วมงาน โดยบุคคลสำคัญผู้กล่าวเปิดงานคือประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ประโยคสำคัญในคำปราศรัยหัวข้อ “ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่สร้างสรรค์และเปิดกว้าง”ที่ถูกบันทึกและถ่ายทอดไปทั่วโลกคือ “ คาดว่าภายใน 15 ปีข้างหน้า จีนจะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นมูลค่า 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และบริการต่างๆเป็นมูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”


ผู้นำหมายเลขหนึ่งของจีนยังกล่าวด้วยว่า “จะพยายามลดข้อจำกัดให้แก่นักลงทุนต่างชาติ จะสร้างบรรยากาศการทำธุรกิจในระดับชั้นหนึ่งของโลก จะผ่อนคลายการอนุมัติเข้าตลาด จะลดภาษีศุลกากรให้ต่ำลงอีก ผ่อนคลายข้อจำกัดสัดส่วนหุ้นของทุนต่างชาติ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จะเพิ่มบทลงโทษการกระทำที่ล่วงละเมิดสิทธิประโยชน์ของธุรกิจต่างประเทศ”

โดยสรุปคือการประกาศจุดยืนของจีนที่จะพัฒนาจีนให้เป็นสากลที่พร้อมในการเปิดตลาดสู่โลกกว้าง
ในปี 2560 จีนนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศคิดเป็นมูลค่า 1.84 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปี 2559 ในจำนวนนั้นเป็นการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คู่ค้าที่กำลังมีข้อพิพาททางการค้าต่อกัน จีนคาดหมายว่าในระยะ 5 ปีข้างหน้ามูลค่าการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักมองตรงกันว่า เศรษฐกิจจีนปัจจุบันได้รับผลกระทบค่อนข้างแรงจากมาตรการ America First ของอเมริกา มีผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจีนจึงต้องผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ ทั้งมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายใน การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเช่นระบบขนส่งมวลชน รถไฟความเร็วสูง ทางด่วน ฯลฯ เพื่อสร้างงาน กระจายรายได้ และดึงดูดการลงทุนใหม่ๆจากต่างประเทศเพื่อทดแทนทุนที่จะหนีออกจากจีนอันเนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา


ถามว่าจีนจะได้อะไรจากการจัดงาน CIIE
มุมมองจากคนนอก ประการแรกคือ “ได้ภาพ” ในการชิงพื้นที่ข่าว งาน CIIE เปิดงานวันที่ 5 พฤศจิกายน หนึ่งวันก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐอเมริกา ทำให้ภาพและข่าวจากเซี่ยงไฮ้กระจายไปทั่วโลก ชิงพื้นที่ข่าวที่สื่อมวลชนทั่วโลกควรจะเสนอเกี่ยวกับการเมืองในสหรัฐอเมริกา

งาน CIIE คือการแสดงจุดยืนของจีนที่สวนทางกับสหรัฐอเมริกาในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ คำกล่าวของประธานาธิบดีสิ จิ้นผิง ชัดเจนว่าสนับสนุนการค้าเสรีในยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมเปิดตลาดต้อนรับสินค้าและบริการจากนานาชาติ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาวันนี้กลับลำ 360 องศาปฏิเสธการค้าเสรี อีกทั้งยังตั้งกำแพงภาษีกับคู่ที่ตนเองเสียเปรียบดุลการค้า
หลายคนเชื่อว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนจะยังยืดเยื้อตราบเท่าที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จะไม่เบาบางลง และอาจจะรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะแม้อเมริกาจะขู่จีนอย่างไร แม้จะฟาดงวงฟาดงาแค่ไหน แต่การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯก็ไม่ได้ลดลงแถมยังเพิ่มต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายน 2018 สู่ระดับ 54,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 7 เดือน

บางคนคิดว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมอาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายระหว่างประเทศ ทั่วโลกคาดหวังที่จะเห็นการเจรจาระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในระหว่างการประชุม G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคมนี้ แต่หลายคนก็เชื่อว่าจะเป็นแค่การจับมือทักทายตามธรรมเนียม และสงครามการค้ายังจะดำเนินต่อไป

ประการที่สอง “ได้เพื่อน” เป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศโดยเฉพาะด้านการค้าระหว่างประเทศ ทั้งกับประเทศที่ค้าขายกันอยู่เป็นหลักแล้วและกับประเทศที่เริ่มหาช่องทางการค้ากับจีนการที่จีนจัดงาน CIIE คือการเปิดประตูกว้างรับคู่ค้าใหม่ๆจากทุกภูมิภาคโดยเฉพาะกับประเทศที่เจอแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้า

วันนี้ประชากรจีน 1,400 ล้านคน ที่ได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้จากคนยากจนสู่ชนชั้นกลางที่เริ่มมีกำลังซื้อ ประกอบกับเป้าหมายที่รัฐบาลจีนจะนำประชาชนให้ก้าวพ้นระดับความยากจนในปี 2563 จะยิ่งทำให้จีนคือตลาดใหญ่ของโลกที่เป็นแรงดึงดูดให้นานาประเทศอยากเป็นพันธมิตรทางด้านการค้ากับจีน

ประการที่สาม “ได้พวก” เป็นที่ประจักษ์ว่านโยบายที่แข็งร้าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะทำให้สหรัฐอเมริการักษาความเป็นผู้นำโลกด้วย America First หรือ America The Great ที่พร้อมจะโดดเดี่ยวตนเอง ไม่จำเป็นต้องคบหาสมาคมกับใคร หรือถ้าจะคบจะค้ากับใครอเมริกาต้องใหญ่กว่าเสมอนั้น ล้วนเป็นภาพที่ตรงข้ามกับจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่นำเสนอแนวทางความร่วมมือแบบ Win Win แม้จะเล็กหรือใหญ่แต่ก็เป็นมิตรที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน


ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) คือการที่จีนนำเอาแนวคิดการพัฒนาร่วมกันเพื่อประโยชน์ร่วมกัน มาสร้างเป็นรูปธรรมเกิดอภิมหาโครงการที่มีนานาประเทศกว่า 65 ประเทศยินดีเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ซึ่งงาน CIIE ที่เพิ่งจบลงไปก็จะเป็นส่วนเสริมและสนับสนุน BRI ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สำหรับประเทศไทยถามว่าไทยจะได้อะไรกับคำมั่นสัญญาในการเปิดตลาดของจีน

ปัจจุบันจีนคือคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยทั้งในด้านตลาดส่งออกและแหล่งนำเข้าสินค้า ปี 2560 มูลค่าการค้าไทย-จีน อยู่ในระดับ 73,670 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการเยือนจีนร่วมกับดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน ว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าร่วมกันให้ถึงระดับ 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2564

แน่นอนว่านอกจากด้านการค้าแล้วยังมีการยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย-จีน ซึ่งถือเป็นภาคบริการ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เคยมาไทยอย่างคึกคักได้ลดจำนวนลงมาก ส่วนหนึ่งคงเพราะสภาพเศรษฐกิจที่กระทบกำลังซื้อ อีกส่วนอาจเป็นเพราะข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุและความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงมีคุยกันที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพื่อให้ชาวจีนที่เคยมาเที่ยวไทยแล้วจะกลับมาเยือนอีก ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยมาเที่ยวไทยจะได้รีบตัดสินใจด้วยความมั่นใจ

โดย ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน

ทิ้งคำตอบไว้