ในประวัติศาสตร์มีนิยาย และนิยายบางเรื่องก็ดันกลายเป็นประวัติศาสตร์ซะงั้น (3)

0
768
ฉงเจิน: ตำนาน สสส ของจีน

จอหงวนคนสุดท้ายของแผ่นดินจีน

หลิวชุนหลินเป็นจอหงวนที่ไม่ได้สอบได้ที่หนึ่งแต่ฟลุคเพราะชื่อดี!

สมัยก่อนเวลาสอบจอหงวน ผู้ที่สอบผ่านจะถูกเอาชื่อไปทูลถวายแล้วให้ฮ่องเต้เลือก ซูสีไทเฮา (ซึ่งเป็นฮ่องเต้หรือจักรพรรดินีในช่วงนั้น) เลือกหลิวชุนหลินขึ้นมา

ถ้าบอกว่าหลิวชุนหลินโชคดี ก็ต้องบอกว่าจูหรู่เจิน” (朱汝珍) คงจะดวงตกอับมาก เพราะตัวเองน่ะสอบได้ที่หนึ่งแต่ซูสีไทเฮาดันไม่ชอบ เหตุเพราะว่า ข้อหนึ่ง: เขาแซ่จูซึ่งเป็นแซ่เดียวกับจูหยวนจาง (ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง) ข้อสอง: ชื่อมีคำว่าเจินซึ่งดันไปตรงกับ เจินเฟย (珍妃) ที่เพิ่งสั่งให้คนยัดบ่อไปอีก เรียกได้ว่าไม่ผ่านเพราะชื่อไม่เป็นมงคล

มาดูฝั่งหลิวชุนหลิน (刘春霖) บ้าง เขาสอบได้ที่สามแต่ได้เป็นจอหงวนเพราะชื่อดี คำดี และแถมเขาเป็นคนซูหนิง 苏宁)ด้วย ซูหนิงไปพ้องเสียงกับคำว่าหนิงอัน” (宁安) ที่แปลว่าสงบสุข โอ้ย!มงคลไปได้อีก ซูสีไทเฮาคงมองแล้วว่าเลือกตาหลิวนี่แล้วบ้านเมืองคงสงบสุขอย่างแน่นอน

ในความเป็นจริง ซูสีไทเฮาเองก็ไม่ได้เลือกผิดคนและหลิวชุนหลินเองก็ไม่ได้มีแค่โชคช่วย เพราะเขาเองก็เป็นคนมีความสามารถมาก ถูกส่งไปเรียนกฎหมายที่ญี่ปุ่น พอเค้ากลับมาก็ยกเลิกระบบจอหงวนไปแล้ว เขาเลยกลายเป็นจอหงวนคนสุดท้ายไปซะงั้น

สมชาย แซ่จิว ผู้เล่า “เกร็ดเรื่องจีนที่คุณไม่เคยรู้”

ความสามารถของจอหงวนคนสุดท้ายเป็นที่ประจักษ์ ถึงขนาดฮ่องเต้คนสุดท้ายอย่างปูยียังเคยไปขอให้เขามาเป็น รมต.กระทรวงศึกษา แต่หลิวชุนหลินปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง

นอกจากเก่งแล้วยังเต็มไปด้วยอุดมการณ์และความรักชาติ ในช่วงนั้นพวกญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ในจีนเต็มไปหมด มีชาวญี่ปุ่นจะตั้งร้านไปขอให้หลิวชุนหลินช่วยเขียนหนังสือชื่อร้านให้ ให้ทองหนึ่งแท่งต่อตัวหนังสือหนึ่งตัว ถ้าเป็นเราก็รีบรับแน่ๆ แต่หลิวชุนหลินกลับปฏิเสธเพราะไม่อยากรับใช้ญี่ปุ่น ต่อมามีคนมาทาบทามให้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองเป่ยผิง(ปักกิ่งในปัจจุบัน) เบื้องต้นเขาปฏิเสธ เลยถูกกำลังทหารเข้าไปค้นบ้าน นัยว่าบังคับให้รับตำแหน่ง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ยอมอยู่ดี เรื่องนี้ทำให้ญี่ปุ่นโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

และจอหงวนคนสุดท้ายของจีนก็อยู่มาจนกระทั่งชราและเสียชีวิตไป

ฮ่องเต้ฉงเจิน: ตำนาน สสส. จีน

มีคนให้ฉายาฮ่องเต้ฉงเจินว่าเขาเป็นต้นกำเนิดของ สสส สไตล์จีนๆเพราะห้ามคนจีนสูบยาสูบ

ตำนานเล่าว่ามีครั้งหนึ่งกองทัพไปปราบกบฏ ไข้ป่าลง ทหารป่วยกันมากมาย มีทหารอยู่เพียงค่ายเดียวไม่ป่วย พอไปสำรวจพบว่าทุกคนในค่ายสูบยากันหมด เลยเข้าใจว่ายาสูบสามารถป้องกันไข้ป่าได้ แต่พวกเขาก็รอดไม่นาน สุดท้ายทุกคนก็เริ่มป่วยมากขึ้น แน่ล่ะสิก็ยาสูบมันเป็นยาเสพติด หาได้เป็นยาอายุวัฒนะใดๆ ไม่

แต่ความเชื่อพอเกิดขึ้นแล้วมันลบล้างลำบาก คนเลยพากันสูบยามากขึ้น เพราะคิดว่าช่วยรักษาโรคได้

แต่ฮ่องเต้ฉงเจินไม่ชอบเรื่องนี้เอามาก มีบัญชาให้ถอนต้นยาสูบออกให้หมดและห้ามชาวบ้านสูบยา เหมือนจะฟังดูดีว่าฮ่องเต้ทรงมีพระทัยห่วงใยสุขภาพประชาชน แต่แท้จริงแล้วเขาน่ะไม่ได้ห่วงประชาชนหรอกแต่เป็นเรื่องของความเชื่อต่างหาก

เพราะว่ายาสูบหรือเยียน” () ชื่อพ้องเสียงกับเยียนจิง(燕京) ซึ่งเป็นชื่อเดิมของนครปักกิ่ง หากประชาชนชนสูบยาก้อเท่ากับสูบบ้านสูบเมือง แบบนี้ไม่ดี ไม่เป็นมงคล ฮ่องเต้เลยออกข้อห้ามไม่ให้ทำสิ่งอัปมงคล แต่ความเชื่อก็ไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป ถึงไม่สูบราชวงศ์แมนจูก็ล่มสลายไปอยู่ดี

เจิ้งเต๋อออกกฎห้ามคนจีนกินหมู

เจิ้งเต๋อ ฮ่องเต้เจ้าสำราญที่เคยห้ามคนจีนกินหมู

เจิ้งเต๋อเป็นชื่อของฮ่องเต้ที่เป็นต้นกำเนิดของเรื่องจอมใจจักรพรรดิ์ เป็นฮ่องเต้เจ้าสำราญชอบเที่ยว ล่าสัตว์และเป็นคนที่ออกกฎห้ามคนจีนไม่ให้กินหมู หากใครฝ่าฝืนจะถูกเนรเทศ!

นิสัยส่วนตัวของเจิ้งเต๋อค่อนข้างมีเอกลักษณ์ เขาให้คนสร้างสวนสัตว์บริเวณชานเมืองปักกิ่ง (ซึ่งหลังๆ มากลายเป็นฮาเร็มไปซะงั้น) ชอบคบหากับชาวอิสลาม ชอบแต่งตัวเหมือนมุสลิม เสวยอาหารฮาลาล ชอบสนทนากับปราชญ์ทางเปอร์เซีย แถมยังเคยแต่งกวีสรรเสริญอัลเลาะห์ไว้ด้วย เครื่องลายครามในยุคท่านก็จะมีอักษรอาหรับกำกับเก๋ๆ แต่ท่านเข้ารีตด้วยหรือเปล่านั้นประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้ระบุไว้

กฎหมายห้ามกินหมูนี้ออกมาได้ประมาณหนึ่งปีแล้วก็ยกเลิกไป มีคนเชื่อว่าที่ต้องยกเลิกกฎห้ามกินหมูนี้อาจจะเพราะเจิ้งเต๋อโดนขุนนาง (ที่ชอบกินหมู) กดดันก็เป็นได้

เรื่องราวเกร็ดประวัติศาสตร์จีนสนุกๆ บางเรื่องเหลือเชื่อ บางเรื่องเชื่อไปแล้ว แต่ไม่จริงยังมีอีกมากมาย ใครสนใจเนื้อหาชวนสงสัยแบบนี้แวะเข้าไปกดติดตามสมชาย แซ่จิวได้ที่แฟนเพจ #เกร็ดก็เก่าเกย์ที่เล่าก็แก่

หรือติดตามอ่านหนังสือระดับบเบสต์เซลเอลร์ชื่อจีนมีเกร็ดของเขาได้ตามแผงหนังสือทั่วไป

เรียบเรียงและรายงาน: อรอนงค์ อรุณเอก 林敏儿
ภาพ: ณจักร วงษ์ยิ้ม