ทรัมป์ยัน ‘ไม่ออกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัย’ ชี้อยากให้ปชช.มีเสรีภาพ

0
9

จาก Xinhua

เมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเขาจะไม่ออกคำสั่งระดับชาติบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย แม้สหรัฐฯ จะเดินหน้าทำลายสถิติยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายวัน ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดใหญ่ที่ยังห่างไกลจากการถูกควบคุม

ในวิดีโอที่ตัดตอนมาจากรายการฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์ (Fox News Sunday) คริส วอลเลซ ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ สอบถามทรัมป์ว่าเขาจะพิจารณาออกคำสั่งกำหนดให้ผู้คนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ผมต้องการให้ประชาชนมีเสรีภาพ ผมไม่เห็นด้วยกับการออกกฎเกณฑ์ดังกล่าว” โดยรายการฉบับเต็มจะออกอากาศวันอาทิตย์นี้ (19 ก.ค.)

“ผมไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่าหากทุกคนสวมหน้ากาก ทุกอย่างก็จะหายไป” ประธานาธิบดีกล่าวเสริมหลังวอลเลซยกข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ที่ระบุว่าสหรัฐฯ จะควบคุมไวรัสได้หากประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย

ทรัมป์ระบุว่า “ดร. แอนโธนี เฟาชีเคยกล่าวว่าไม่ต้องสวมหน้ากาก นายแพทย์ใหญ่ของเราก็เคยบอกว่าไม่ต้องสวมหน้ากาก ทุกคนบอกว่าไม่ต้องสวมหน้ากาก แต่อยู่ดีๆ ทุกคนก็บอกว่าเราต้องสวมหน้ากากอนามัย และอย่างที่คุณทราบ หน้ากากก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อในการสวมหน้ากากอนามัย ผมคิดว่าหน้ากากนั้นดี”

ที่ผ่านมาทรัมป์ปฏิเสธการสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่การระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น โดยอ้างว่าตนมีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการตรวจโรคโควิด-19 อยู่เป็นประจำ ซึ่งล้วนมีผลออกมาเป็นลบ

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ปรากฎกายพร้อมสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ขณะเดินทางเยือนศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด (WRNMMC) ในเบเธสดา รัฐแมริแลนด์ นับเป็นเวลาราว 3 เดือนหลังจากศูนย์ฯ แนะนำให้ชาวอเมริกันสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการยังคงแพร่เชื้อต่อให้ผู้อื่นได้