​วิเคราะห์ สินค้าไทยที่ถูกใจตลาดจีน และสิ่งที่ผู้ประการไทยต้องเรียนรู้

0
5424

คนจีนมีการนำเข้าสินค้าจากไทยหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สด ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้  น้ำจิ้ม หรือของกินเล่นขบเคี้ยว ซึ่งอาหารไทยนั้นถือเป็นที่ถูกใจของคนจีนมาก และมีโอกาสที่จะเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดในจีนได้มาก เนื่องจากปัจจุบันชาวจีนมีรายได้มากขึ้น จึงมีกำลังซื้อสินค้าคุณภาพดีไปบริโภคมากขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขการส่งออกของกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ชาวจีนจำนวนมากนิยมผลไม้สดของไทย เช่น สับปะรด ลำไย ทุเรียน ผลไม้แปรรูป เช่น ลำไยอบแห้ง ทุเรียนทอด/อบกรอบ น้ำผลไม้/หัวเชื้อน้ำผลไม้ สินค้าปรุงรสประเภทน้ำจิ้มต่างๆ เช่น น้ำจิ้มบ๊วย น้ำจิ้มไก่ ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่วอบ ถั่วทอด ถั่วเคลือบ หมากฝรั่ง ของกินเล่น รวมถึงอาหารไทยที่เป็นอาหารจานหลัก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระแสความนิยมท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่มีระยะทางไม่ไกลจากประเทศจีน และด้วยอิทธิพลของภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ของไทย ที่เป็นตัวเร่งให้ชาวจีนรู้จักวัฒนธรรมไทย อาหารไทย ผลไม้ของไทยไปในตัว

“เมื่อสินค้ามีคุณภาพและมีแพ็คเกจที่สวยงามแล้ว ผู้บริโภคชาวจีนจะให้ความสนใจอย่างแน่นอน หากมีโอกาสนำสินค้าไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จีนจะดีมาก เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองและจะได้สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน รวมถึงได้มีช่องทางหาคู่ค้าและสร้างพันธมิตรกับชาวจีนด้วย”

ด้านศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู ให้ข้อมูลว่า จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ และผู้บริโภคชาวจีนมีความต้องการบริโภคสินค้าเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับเส้นทางขนส่งและระบบโลจิสติกส์ไปจีนค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้โอกาสของผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดสินค้าไทยในจีนยังคงเปิดกว้าง โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไทย ทั้งนี้ ช่องทางการจำหน่ายสินค้าในจีนนั้น จะมีรูปแบบหลักๆ ได้แก่ 1.ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต / ร้านสะดวกซื้อ (Supermarket / Convenience Store) 2.ห้างสรรพสินค้า (Hypermarket) 3.ร้านขายของชำ (Grocery Store) 4.ร้านขายสินค้าเฉพาะประเภท (Exclusive Store) และ 5.การขายตรง (Direct Sale)

สำหรับสินค้าหรือธุรกิจที่มีศักยภาพในจีน ได้แก่ 1.สินค้าอาหารทะเล อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง 2.สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพและสินค้าเกษตรอินทรีย์ 3.สินค้าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแปรรูปจากผลไม้ 4.สินค้าฮาลาล 5.สินค้าเครื่องปรุงรส 6.อาหารสำเร็จรูป ของขบเคี้ยว และ 7.ธุรกิจร้านอาหาร

ดังนั้น หากต้องการเข้าไปทำการค้ากับจีน สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเรียนรู้ก็คือ 1.ต้องสร้างภาพลักษณ์ รักษาคุณภาพ และความน่าเชื่อถือของสินค้า และต้องศึกษาความต้องการตลาด/พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

2.ต้องทำความเข้าใจกับระบบตลาดของจีน เพื่อที่จะสามารถวางแผนการผลิต การจำหน่ายได้ถูกต้อง

3.ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบทางการค้าของจีนอยู่เสมอ ต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านั้นให้ถ่องแท้ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุน  กฎหมายเกี่ยวกับภาษี

4.หาผู้ร่วมทุน/ตัวแทน/ผู้นำเข้า ที่มีความรู้เชี่ยวชาญในตลาด มีเครือข่ายน่าเชื่อถือ มีเครดิตดี มีความตั้งใจจะทำธุรกิจร่วมกัน

5.ต้องรู้จักสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สร้างเครือข่ายหรือพันธมิตรทางการค้า

6.รู้จักใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือทางการค้า China-ASEAN Free Trade

7.ศึกษาเรียนรู้ภาษาจีนและศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีจีนให้เข้าใจถ่องแท้

สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือ เอกสารทางการค้าขายทุกอย่างควรต้องแปลเป็นภาษาจีนให้หมด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นปลิว โบรชัวร์แนะนำสินค้า เอกสารส่งเสริมการขาย คู่มือสินค้า อย่าคิดว่าใช้ภาษาอังกฤษจะดีกว่า เพราะเป็นภาษาสากล แต่ความเข้าใจนี้อาจใช้ไม่ได้กับตลาดผู้บริโภคชาวจีน

อย่างไรก็ตามจีนเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ประกอบด้วยหลายมณฑล แต่ละมณฑลมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องรายละเอียดของกฎระเบียบ รสนิยมของผู้คนและรายได้ต่อหัว ด้วยจำนวนประชากรที่มีมหาศาล ตลาดผู้บริโภคชาวจีนจึงเป็นที่หมายตาของนักธุรกิจไทยจำนวนมาก สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ การลงทุนในจีนต้องคิดและทำบนฐานข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งต้องเกิดจากการศึกษารายละเอียดของแต่ละพื้นที่ เพื่อกำหนดตลาดและช่องทางการเข้าไปค้าขายอย่างเหมาะสม

ที่มา : www.bangkokbanksme.com

ทิ้งคำตอบไว้