สมาคมฯ เยี่ยมชมโรงงานชาวเกาะ

0
662

คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน นำคณะผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมโรงงานกะทิชาวเกาะ : บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด วันนี้ (23-2-2560)

เยี่ยมบ้าน “ชาวเกาะ” กูรูมะพร้าวไทยที่โด่งดังไกลทั่วโลก

คนไทยคุ้นเคยกับกะทิและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวในชื่อ “ชาวเกาะ” มาหลายสิบปีแล้ว “ชาวเกาะ” เริ่มต้นจาก 40 กว่าปีก่อนรุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่ขายมะพร้าวลูกจนกลายมาเป็นบริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว- กูรูเรื่องมะพร้าวและเครื่องปรุงรสอาหารไทย ยุทธศาสตร์ปัจจุบันคือต้องการรุกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่อยอดแผนการตลาดด้านกีฬาโดยจัดกิจกรรมร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูล สร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

คุณเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการบริหารและผู้จัดการโรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด เผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้าชาวเกาะ ประกอบด้วยสินค้าหลักคือ 1.กะทิ (กะทิกระป๋อง, กะทิถุงพาสเจอร์ไรส์, กะทิยูเอชที และกะทิผง) 2.น้ำมะพร้าว (น้ำมะพร้าวยูเอชที น้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋อง) วุ้นมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% และเนื้อมะพร้าวอบกรอบ 3.กลุ่มผัก ผลไม้ และไข่นกกระทาบรรจุกระป๋อง  สินค้าที่มียอดขายสูงสุดยังเป็นสินค้ากลุ่มกะทิ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องและมีสินค้าดาวรุ่งคือ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100%  รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมะพร้าว 100% ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ

ในสายการผลิต โรงงานชาวเกาะมีกำลังการผลิตน้ำมะพร้าวประมาณ 20,000 ตัน / ปี ซึ่งได้มีการขยายพื้นที่โรงงานและคลังเก็บสินค้าเมื่อไม่นานมานี้ มะพร้าวส่วนใหญ่รับมาจากทางใต้ของประเทศไทยซึ่งแต่ก่อนคือตั้งแต่ช่วงสมุทรสงคราม แต่ตอนนี้สมุทรสงครามมีน้อย เน้นปลูกมะพร้าวน้ำหอมเสียมากกว่า ดังนั้นแหล่งมะพร้าวส่วนใหญ่ของชาวเกาะจึงเดินทางมาจากประจวบคีรีขันธ์ไล่ลงไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในแต่ละวันโรงงานต้องใช้มะพร้าวมากถึง 600,000-700,000 ลูกและมีการสนับสนุนให้เกษตรกรในโครงการส่ง “มะพร้าวขาว” ที่ปอกเปลือกและกะลาออกจนเหลือแต่เนื้อขาวเข้ามาป้อนโรงงานเพื่อลดเวลาในการผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและเพียงพอต่อความต้องการ

ชาวเกาะบุกตลาดต่างประเทศในช่วงแรกด้วยการขายสินค้าแบบ Wholesale หรือล็อตใหญ่ให้กับชาวเอเชียที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเริ่มมาจากกลุ่มคนจีนและขยายกลุ่มมาเป็นฝรั่ง ไทย และเวียดนาม นอกจากนี้ยังทำ OEM หรือรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ เช่น ออสเตรเลีย นิยมน้ำมะพร้าวผสมน้ำผลไม้ตามฤดูกาลรสชาติต่างๆ กีวี่ เบอรี่ ซึ่งนำเข้าวัตถุดิบเป็นน้ำผลไม้เข้มข้นเข้ามาผลิตในไทยและส่งออกไปอีกครั้ง อัตราส่วนการขายของสินค้าในภาพรวมคือส่งออก 80 % ต่อตลาดในประเทศ 20 % โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็นกะทิสำเร็จรูป ตามมาด้วยน้ำจิ้มไก่ตราแม่พลอย โดยมีตลาดหลักอยู่ที่อเมริกาและแคนาดา

ในปีที่ผ่านมา เทพผดุงพรมะพร้าวเดินหน้ารุกตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก  มีการจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับสโมสรลิเวอร์พูล พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์น้ำมะพร้าวชาวเกาะใหม่  ทั้งแบบกระป๋อง ขวดเพ็ท และกล่องยูเอชที ที่มีภาพพร้อมลายเซ็นของนักฟุตบอลคนดังจากสโมสรลิเวอร์พูลควบคู่กับการออกโฆษณาเผยแพร่ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมพิเศษนำผู้โชคดีจากหลายประเทศร่วมบินลัดฟ้าไปกระทบไหล่นักเตะลิเวอร์พูลแบบใกล้ชิด

สำหรับตลาดเอเชียโดยเฉพาะจีนที่กำลังเป็นดาวรุ่งดวงใหม่นั้น คุณเกียรติศักดิ์เล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนค้าขายกับจีนโดยเข้าไปทางเชียงแสนแต่ปัจจุบันส่งตรงไปที่กว่างโจวและเซี่ยงไฮ้ โดยสินค้าขายดีก็จะเป็นกะทิ, น้ำมะพร้าวและพริกแกง การทำตลาดในจีนคือมีตัวแทนจากในมณฑลหรือภูมิภาคนั้นๆรับเข้าไปทำตลาดต่อ อุปสรรคที่พบในการทำตลาดจีนคือของเลียนแบบและความไม่นิ่งของกฎหมาย เช่น การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการติดฉลาก เป็นต้น เบื้องต้น ชาวเกาะยังคงต้องฝ่าฟันกับคู่แข่งบิ๊กเนมในเมืองจีนอย่างกะทิดื่มกล่องสีดำที่มีฐานการผลิตที่ไห่หนาน ซึ่งชาวเกาะจะเสียเปรียบในเรื่องราคาเพราะต้นทุนเรายังแพงกว่า อย่างไรก็ดีการคงคุณภาพของสินค้ายังคงเป็นหัวใจหลัก ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นได้ว่าได้จ่ายเงินคุ้มค่าเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีในราคาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน