คุยกับ “แบงค์ ปวริศร์” หนุ่มมาดเซอร์โกอินเตอร์รับบทเด่นหนังฟอร์มยักษ์จีน

0
433

ถ้าให้นึกถึงศิลปินดารามาดเซอร์ ชอบใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และแว่นดำ ชื่อของ “แบงค์ ปวริศร์” คงเป็นอันดับต้นๆ ด้วยบุคลิกอันชัดเจนบวกกับความนอบน้อมทำให้ผู้ชายคนนี้มีงานไม่ขาดสาย และไม่ใช่แค่ผลงานในไทยแต่ยังดังไกลไปถึงประเทศจีน ได้รับบทเด่นในหนังฟอร์มยักษ์แห่งปีมาแล้ว

รายการ On View ของช่อง China Face ได้มีโอกาสสัมภาษณ์หนุ่มแบงค์ถึงประสบการณ์การทำงานต่างแดนรวมถึงมุมมองต่างๆ ของผู้ชายเซอร์เท่ห์คนนี้ – แบงค์ ปวริศร์ มงคลพิสิฐ

ผู้ชายอะไรเข้มขนาดนี้ยังน่ารักได้อีก แค่ให้แนะนำตัวช่วงเปิดรายการก็ได้ใจสาวๆ จีนไปค่อนประเทศแล้ว เพราะแบงก์พูดว่า “หนี ห่าว หว่อ เจี้ยว แบงก์” และไหว้แบบเขินๆ ด้วย

-โกอินเตอร์ได้ไปร่วมแสดงภาพยนตร์ให้กับทางจีนได้อย่างไร?

เรื่องแรกที่ได้ไปร่วมงานกับทางจีนคือเรื่อง Operation Mekong ได้รับบทเป็น “หน่อคำ” บทตัวนี้จริงๆ แล้วมาจากเรื่องจริงที่เป็นข่าวที่ดังทางจีนเมื่อหลายปีก่อนครับ มีน้องที่ทำงานเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้โทรมาว่าบทตัว “หน่อคำ” ยังหาไม่ได้ คือแบบว่าเขาเริ่มถ่ายกันไปแล้ว แต่ยังหาตัวแสดงนี้ไม่ได้ เลยส่งโปรไฟล์ไป ผู้กำกับสนใจก็เลยได้พูดคุยกัน และเริ่มทำงานกัน

-คาแรคเตอร์ในเรื่อง Bullet Ballet หนังร่วมทุนสร้างระหว่างไทยกับจีนที่เพิ่งปิดกล้องไปเป็นอย่างไร?

เรื่อง Bullet Ballet รับบทชื่อว่า “ประชา” หนังเรื่องนี้เป็นแนวแบบแอคชั่นคอมเมดี้ มีถ่ายทำที่จีนบางส่วน แต่ของผมโดยส่วนตัวถ่ายทำที่ประเทศไทยหมดเลย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วย มีทั้งกาญจนบุรี เชียงใหม่ เรื่องนี้คาแรคเตอร์ก็จะแตกต่างจากเรื่อง Operation Mekong เพราะเรื่องนั้นบู๊อย่างเดียว จะต้องโหด ดุ เข้ม แต่เรื่องนี้มาแนวคอมเมดี้ มีทั้งพาร์ทแอคชั่นแบบโหดๆ และแบบตลกเป็นบ้าไปเลย เรื่องนี้ก็จะฉีกดีครับผม

-การต้อนรับจากทางจีนเป็นอย่างไรบ้าง?

ได้รับการตอบรับดีมากนะครับ ต้องขอขอบคุณกระแสตั้งแต่เรื่อง Operation Mekong ครับ พอหลังจากหนังออกไป มีโอกาสได้ไปถ่ายงานนิดหน่อย ท่องเที่ยวที่จีนด้วย ก็ได้เจอผู้คนมากมาย บางครั้งมีแฟนคลับด้วย เขาก็ไปรับที่สนามบิน เอาดอกไม้มาให้ น่ารักมากๆ เลยครับ พาเที่ยวเมืองสนุกสนานกัน แต่ก็จะมีอีกกลุ่มนึง บางครั้งเวลาเราไปกินข้าวไปเที่ยวที่นั่นเขาก็ไม่แน่ใจว่าใช่เราหรือเปล่า เพราะว่าคาแร็กเตอร์ในหนังเปลี่ยนผมเยอะมาก ทั้งสีผิวจะต้องทาเป็นสีดำ พอไปเดินตามสถานที่ท่องเที่ยวเขาจำได้ ก็จะมาถามก่อนว่าใช่หรือเปล่า ได้รับการตอบรับดีมากครับ แฟนๆ ที่จีนน่ารักมาก

-ได้เรียนภาษาจีนเพิ่มเติมด้วยไหม?

นิดหน่อยครับผม อ่านจากหนังสือแล้วก็จำเอา ลองดูแล้วยากจริงๆ โดยเฉพาะสำเนียง จากที่ได้ร่วมงานและได้พูดคุย บางครั้งบางคำที่เราท่องมาเค้าก็สามารถฟังรู้เรื่อง

-คิดว่าภาษาจีนเป็นอุปสรรคไหม?

พอสมควรนะครับ ถ้าเผื่อเก่งภาษาจีน ได้เรียนเยอะกว่านี้ อาจจะช่วยด้านการสื่อสารและการทำงานได้เยอะกว่านี้ เพราะว่าถ้าเผื่อเราไปร่วมงานที่เป็นคาแรคเตอร์ที่ต้องพูดภาษาจีนได้ จะมีงานเยอะมาก แต่เรายังทำไม่ได้ ตอนนี้ได้แต่ท่องจำเป็นคาราโอเกะ ซึ่งยากมากเหมือนกัน

-ประทับใจอะไรที่จีนบ้าง?

จริงๆ ก็ประทับใจหลายอย่างนะครับ ผมได้ไปหลายเมืองเลย ทั้งไปท่องเที่ยว และไปถ่ายรายการด้วย เช่นที่เฉิงเต๋อ หนานจิง คุนหมิง ไปหลายที่มากครับ อย่างที่เฉิงเต๋อตอนนั้นไปหน้าหนาว มีหิมะตกด้วย ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะหนาวขนาดนี้ ไม่ได้เตรียมลองจอห์นและชุดกันหนาวไป แต่แฟนคลับก็ซื้อให้ ผมมีแต่เสื้อหนาวแบบสั้นๆ พอผ่านห้าง คนที่ตามมาเที่ยวด้วยก็พาแวะเข้าไป เขาก็ซื้อชุดยาวให้ ซึ่งหนามาก ทำให้อบอุ่นมาก คือน่ารักครับ นอกจากนี้ผมยังประทับใจสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงของกินด้วย เยอะและหลากหลายมาก แต่ละเมืองมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ต่างๆ ของตัวเองด้วย

-เห็นว่ามีสาวจีนมาตาม Instagram ด้วย?

มีแฟนคลับทางเมืองจีนมาตาม Instagram และ Facebook รู้สึกดีใจครับ ผมก็ตอบและคุยกันบ้าง ใช้ Translate เอา แต่ว่าบางครั้งก็ไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ บางครั้งก็เลยสื่อสารทางรูปภาพเอา และผมก็เล่น Weibo ของจีนด้วย มันเหมือน Facebook ครับผม ตรงนี้สื่อสารได้ง่ายกว่า เพราะทางจีนเขาเล่นอันนี้กันเยอะ

-กดดันไหมที่เป็นตัวแทนของคนไทย ไปร่วมงานกับทางจีน?

กดดันไหมเหรอ ไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่นะครับ ด้วยนิสัยหรือว่าขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเราก็นอบน้อมและก็เฟรนลี่อยู่แล้ว ซึ่งเค้าก็ชอบ จากที่ผมได้ร่วมงานกับทีมงานไม่ว่าจะเรื่องเก่าเรื่องใหม่ เค้าก็ชอบการทำงานของเรา เพราะว่าเราเต็มที่กับงาน แทบไม่มีการบ่นสักคำนึงเลย และเราก็ยิ้มแย้มตลอด เมืองไทยสยามเมืองยิ้มอยู่แล้วครับ เหนื่อยมากก็ยังยิ้ม อย่างที่ทำงานเรื่องใหม่คนที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับก็ยังบอกว่า เฮ้ยยูไว้มีโอกาสเดี๋ยวไปร่วมงานกัน เพราะชอบการทำงานของยู คือเราก็ตั้งใจทำงานด้วย เพราะเรื่องนั้นก็หนักมากเหมือนกัน ถ่ายทำเกือบ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้าจนเกือบถึงเช้าอีกวัน ซึ่งเราก็เต็มที่มาก ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเหมือนกัน

-ประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานกับทางจีน มีความซับซ้อน มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง?

พอๆ กันครับ แต่ว่าระบบการทำงานของเขาผมว่าขึงขังพอสมควร ของเราการทำงานจะเป็นเพื่อนพี่น้อง จะสนุกสนานกันได้เยอะ เล่นกันเยอะมาก คือหมายถึงว่า สามารถเล่นได้ไม่ว่าจะเป็นทีมเสื้อผ้า เล่นกับผู้กำกับได้เยอะ คือผู้กำกับไทยเราเฟรนลี่เหมือนเพื่อนพี่น้อง ไม่ค่อยดุเท่าไหร่ แต่เท่าที่สัมผัสกับผู้กำกับจีน การทำงานคือการทำงานพอสมควร คือคุณต้องรับผิดชอบกับงานของคุณเยอะมาก เพราะอย่าง Operation Mekong ไมว่าจะเป็นทีมเสื้อผ้า ทีมทำหน้าทำผมเต็มที่มาก อย่างบทของผมต้องเปลี่ยนลุ๊คเยอะ ต้องใส่ทั้งเคราด้วย ซึ่งเวลาที่ผมแต่งหน้าจะต้องทำฟันเหลืองด้วย เพราะว่าเคี้ยวหมาก มีฟันเหลือง มีคราบฟันดำ การแต่งตัวของผมต้องใช้เวลาเยอะกว่าคนอื่นประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะเขาละเอียดมาก ต้องใส่ขนทุกเส้นเลย ติดทุกเส้นจิ้มทีละเส้น ไม่ได้ทำเป็นบล็อกมา แล้วติดกาวใส่เลย ใช้เวลานานมาก และเหมือนกับช่างก็ไม่ค่อยเล่น อาจจะเป็นด้วยขนบธรรมเนียมต่างกัน ของเราก็ยังเฮฮากันได้ แต่ว่าการทำงานก็คือตั้งใจทำงานนะ แต่เราก็ยังเฮฮา พอไปสัมผัสตรงนั้น เลยรู้สึกต่างกันบ้าง เพราะต่างคนต่างทำงานจริงจัง

-แล้วงานระดับอินเตอร์กับงานในวงการบันเทิงไทย มีความยากง่ายแตกต่างกันอย่างไร?

ผมว่าอาจจะยากด้วยการสื่อสารครับ แล้วก็มีเรื่องของแอคติ้งด้วย ในการแสดงแนวคอมเมดี้หรือว่าตลกของไทยเราเล่นอีกอย่างนึง แต่ว่าของจีนเท่าที่สัมผัสมา แนวคอมเมดี้ของจีนอาจจะต้องเล่นใหญ่ขึ้นหน่อย เล่นใหญ่เหมือนกับเล่นเป็นละครเวที คือต้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

-คิดว่าตัวเองโกอินเตอร์แล้วหรือยัง?

จุดนึงครับ แต่ยังไม่ถึงขนาดนั้น ถือว่าได้ร่วมงานมากกว่า คือได้ร่วมงานกับต่างประเทศ จริงๆ ได้ร่วมงานกับต่างประเทศนานแล้วก่อนที่จะเป็นงานจีน หนังต่างประเทศที่ผู้กำกับเป็นอังกฤษก็เคยแล้ว

-ใครๆ ก็มองว่าเป็นหนุ่มมาดเซอร์ แต่งตัวเซอร์ๆ?

ถ้าคำว่าเซอร์แปลว่าแบบง่ายๆ สบายๆ ก็อาจเป็นแบบนั้นครับ เป็นคนที่ไม่พิถีพิถันว่าจะต้องแต่งตัวเนี๊ยบ ต้องทำผม ต้องอะไร คือออกมาจากบ้านก็ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ผ้าใบหรือร้องเท้าแตะก็แล้วแต่ ง่ายๆ มาเลย

-เริ่มเข้าวงการจากภาพยนตร์ ละคร แล้วมาแตะงานนักร้อง?

หนังเรื่องแรกต้องขอบคุณออกไซ แปง และแดนนี่ แปง เพราะงานนั้นผู้กำกับเป็นต่างชาติ ถือว่าเรื่องแรกของผมก็ได้ทำงานกับต่างชาติเลย ผู้กำกับคนแรกของผมก็คือออกไซ แปง เป็นคนฮ่องกงเลย ถึงค่อยมาเริ่มถ่ายละคร และก็ผลงานเพลงตามมา เพราะเป็นคนชอบฟังเพลง ชอบเล่นดนตรี เพลงแรกที่ร้องชื่อเพลง “รักง่ายหน่ายเร็ว” เป็นเพลงช้า ได้พี่ใหญ่ อาทิตย์ สาระจูฑะ เจ้าของค่ายผมครับ ได้พี่อิงค์-อชิตะ ปราโมทย์ พี่ลี วง FLY ที่เป็นโปรดิวเซอร์ช่วยกันเขียน

-นักร้องก็เคยเป็น พิธีกรก็เคยทำ นักแสดงก็เป็นมาแล้ว ชอบอะไรมากกว่ากัน?

พิธีกรก็ชอบครับ เพราะผมชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง ถ้าเป็นพิธีกรเกี่ยวกับท่องเที่ยวก็ชอบครับ ส่วนการแสดง ระหว่างหนังกับละคร ผมคงชอบหนังมากกว่าเพราะว่าเกิดจากหนังมาก่อน และก็ชอบอารมณ์หรือภาพของหนังมากกว่า

-ผลงานตอนนี้มีอะไรบ้าง?

ตอนนี้ที่ร่วมงานกับประเทศจีนมีหนังที่รอฉายอยู่คือเรื่อง Bullet Ballet ถ้าเผื่อไม่ผิดพลาดก็จะฉายภายในปีนี้ และได้ร่วมงานซีรี่ส์ของจีนที่ฉายบนเว็บไซด์อะไรสักอย่าง ก็เตรียมจะถ่ายอยู่ 2 เรื่องครับ ถ้าของไทยตอนนี้ที่ถ่ายเสร็จไปแล้วเป็นซีรี่ส์เหมือนกัน เรื่อง “นางฟ้าล่าผี” ถ่ายเสร็จแล้ว ตอนนี้ที่ถ่ายอยู่ก็มี “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทาง Mono29

-จะได้เห็นผลงานในต่างประเทศเพิ่มอีกไหม?

ถ้ามีงานที่คาแรคเตอร์และบทบาทที่ชอบและตรงก็คงได้เห็นกันอีกครับ อาจจะได้มีโอกาสไปเซ็นสัญญาหรือคุยกับบริษัททางจีนด้วย อาจจะมีงานจีนเยอะขึ้นหรือว่าเต็มรูปแบบขึ้น

-นอกจากงานในวงการบันเทิง มีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ

ถ้าอยากทำคงเป็นพวกธุรกิจมั้งครับ ร้านอาหารก็เคยทำมาบ้างแล้วกับเพื่อน แต่อยากทำเป็นธุรกิจเล็กๆ หรือว่ามีที่ทำ รีสอร์ท โฮมสเตย์เล็กๆ ต่างจังหวัด อยากทำริมทะเล เพราะเป็นคนชอบทะเลมากกว่าภูเขา แต่น่าจะยาก เพราะว่าที่ทะเลแพงกว่าภูเขาเยอะเลยครับ อันนี้น่าจะเป็นความฝันนะครับ (หัวเราะ)

-ในช่วงเวลาที่ท้อแท้ เกิดอุปสรรคในชีวิต มีวิธีในการให้กำลังใจตัวเองอย่างไร

จริงๆ ก็ไม่ค่อยท้อ เคยมีปัญหามาเยอะเหมือนกัน แต่ผมมองว่าเราเริ่มต้นจากศูนย์ ยังไงเราก็กลับไปศูนย์ได้ ไม่ค่อยท้อเท่าไหร่ครับ หรือเราอาจจะมองในแง่บวก เราได้แค่นี้ก็ดีแล้ว อย่าไปท้อมัน คนอื่นที่แย่กว่าเรายังมีอีกเยอะ มองตรงจุดนี้ ถือว่าเราสบายกว่าเขาเยอะมากแล้ว ก็จะไม่ท้อครับ

-อยากให้ฝากผลงาน

ฝากหนังเรื่อง Bullet Ballet ไม่รู้ว่าจะได้ฉายที่ไทยด้วยรึป่าว ถ้าฉายที่จีนใครมีโอกาสไปที่จีน แฟนๆ จีนก็อย่าลืมดูกันด้วยนะครับ และฝากสมเด็จพระนเรศวรด้วย อันนี้ก็ถ่ายเหนื่อยมากเหมือนกัน รับบทเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ต้องมีการขี่ม้า มีการรบกัน ถือว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่ยากมากๆ เพราะว่าผมไม่เคยเล่นอะไรที่เกี่ยวกับต้องใช้คำสมัยโบราณ คือลุ๊คไม่ค่อยได้แบบแนวนั้นเท่าไหร่ พอมีโอกาสได้มาร่วมงานเรื่องนี้ถือว่าดีใจมากๆ แต่ก็ยากมากๆ ก็อย่าลืมติดตามกัน นางฟ้าล่าผีด้วย และรายการท่องเที่ยวด้วย

โดย: ยุพิณวดี คุ้มกลัด
ภาพ: ณจักร วงษ์ยิ้ม

ชมคลิปรายการ On View ep.1 สัมภาษณ์ “แบงค์ ปวริศร์ มงคลพิสิฐ”

ทิ้งคำตอบไว้