ลงพื้นที่รากหญ้าเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน – เส้นทางสี จิ้นผิง(50)

0
1
คำแนะนำที่เขียนโดยนายสี จิ้นผิง (ที่มาของภาพ-สารคดีเรื่อง "สี จิ้นผิงกับมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของฝูเจี้ยน")

นายสี จิ้นผิงจัด “การลงพื้นที่รากหญ้าเพื่อรับเรื่องร้องเรียน” ตามกำหนดเวลา และเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการทำงานของเขาที่มักลงพื้นที่รากหญ้าเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ผู้ที่เคยติดต่อกับนายสี จิ้นผิง ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน รู้สึกว่านายสี จิ้นผิงใกล้ชิดกับชาวบ้านทั่วไปโดยธรรมชาติและไม่มีระยะห่างเลย นายจ้าว หลู่ฉี ซึ่งขณะนั้นเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวกล่าวว่า “สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดเกี่ยวกับสหายสี จิ้นผิง คือ เขาให้ความสำคัญกับความทุกข์สุขของประชาชนมาก่อนเสมอ”

นายจ้าว หลู่ฉีเคยทำงานที่สำนักงานวิจัยนโยบาย คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว งานหลักของสำนักงานวิจัยนโยบายคือการร่างเอกสารและสุนทรพจน์ ดำเนินการสำรวจและวิจัย และเตรียมข้อมูลแก่ผู้นำเพื่อประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย พวกเขามักก้มหน้าก้มตาทำงานประจำที่โต๊ะทำงานเป็นเวลานาน นายสี จิ้นผิงกล่าวกับจ้าว หลู่ฉีว่า “พวกคุณไม่ควรสนใจแต่เฉพาะการวิจัยนโยบายเท่านั้น แต่ควรทอดสายตาไปที่ประชาชนด้วย”

ตามคำแนะนำนี้ของนายสี จิ้นผิง สำนักงานวิจัยนโยบายได้แบ่งเจ้าหน้าที่กว่า 20 คนออกเป็นหลายกลุ่ม เพื่อแยกกันลงพื้นที่ระดับรากหญ้าในการสำรวจข้อมูลและทำการวิจัย รวบรวมประเด็นร้อน ปัญหาความยากลำบาก และประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ “หนึ่งเรื่องหนึ่งรายงาน” ซึ่งมีเนื้อหาที่สั้นกระชับและทำได้รวดเร็วจะถูกตีพิมพ์ในวารสาร “การสำรวจข้อมูลและการวิจัยแห่งฝูโจว”

นายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “หนึ่งเรื่องหนึ่งรายงาน”  เขาอ่าน “หนึ่งเรื่องหนึ่งรายงาน” เกือบทุกฉบับ ทั้งยังเขียนคำแนะนำอย่างชัดเจนในรายงานส่วนใหญ่ด้วย โดยคำแนะนำที่ค่อนข้างละเอียดนั้นมีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 3  บางครั้งหากนายสี จิ้นผิงเห็นว่ายังไม่ลึกพอ ก็จะเขียนคำแนะนำให้ทำการสำรวจเชิงลึกเพิ่มเติมต่อไป

นายสี จิ้นผิงกำชับกับเจ้าหน้าที่รอบตัวเขาว่า “จดหมายทุกฉบับจากประชาชนต้องส่งให้ผมพิจารณา” เขาเสนอให้บรรจุงานรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนเป็นวาระสำคัญในการพิจารณาของคณะกรรมการพรรคฯและเมืองฝูโจว เขายังกำหนดให้ตนเองต้องทำ “ด้วยตัวเอง” สี่ประการโดยไม่มีเงื่อนไข ได้แก่ ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง กำหนดงานต่างๆด้วยตัวเอง อ่านรายงานและเขียนคำแนะนำด้วยตัวเอง  และติดตามผลการดำเนินการด้วยตัวเอง

เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1992 นายห่าว อี้ว์หมิน ผู้อำนวยการฝ่ายแนวร่วมเอกภาพและนายจาง อี้ว์เซิง ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายแนวร่วมเอกภาพแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฮั่วโจว มณฑลซานซีในขณะนั้นและเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่หลายเมืองที่เป็นด่านหน้าในการปฏิรูปและเปิดประเทศ หลังเสร็จสิ้นการดูงานที่เมืองฝูโจว ทั้งสามคนได้ซื้อตั๋ว “รถบัสวีไอพี” สามใบไปยังเมืองเวินโจว ณ จุดขายตั๋วหน้าโฮสเทล”อู่อี” เมืองฝูโจว ผู้จำหน่ายตั๋วสัญญาว่าจะมีเตียงนอนบนรถบัส แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ  “รถบัสวีไอพี” เป็นเพียงรถบัสธรรมดา และพวกเขายังถูกบังคับให้เปลี่ยนรถกลางคัน และขึ้นรถบัสที่มีสภาพแย่กว่าเดิม การเดินทางบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อเป็นเวลานานทำให้รู้สึกทุกข์ทรมานมาก พวกเขาได้เจรจากับเจ้าของรถบัสก่อนลงจากรถ แต่สิ่งที่ได้คือคำตอบที่แสดงถึงความหยิ่งยโสโอหัง”เราก็เป็นอย่างนี้แหละ พวกคุณไปร้องเรียนได้ตามใจชอบ ดูซิว่าใครจะมาสนใจพวกคุณ!”

นายจาง อี้ว์เซิงวัย 36 ปีฟังแล้วอารมณ์ขึ้นทันที เขายิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ จึงตรงไปที่ที่ทำการไปรษณีย์ “เขียนจดหมายร้องเรียนถึงพฤติกรรมของพวกนั้น! โดยจ่าหน้าซองถึงผู้นำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฝูโจว – เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมือง!”

“ท่านเลขาธิการคณะกรรมการพรรคฯจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้?” นายห่าว อี้ว์หมินไม่มั่นใจ

“เราถูกโกงในสถานที่ที่ท่านบริหารอยู่ เราต้องสะท้อนปัญหาไม่ว่าท่านจะจัดการหรือไม่ก็ตาม”

จดหมายถูกส่งไป แต่เนื่องจากไม่ทราบชื่อของเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว จึงได้จ่าหน้าซองว่า “ถึงเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว” สำหรับผลจะเป็นอย่างไรนั้นพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรแต่อย่างใด

หลังจากกลับไปที่เมืองฮั่วโจว เช้าวันหนึ่งนายจาง อี้ว์เซิงกำจดหมายฉบับหนึ่งไว้แน่นและวิ่งไปที่ห้องทำงานของนายห่าว อี้ว์หมินอย่างตื่นเต้นพร้อมพูดว่า “คาดไม่ถึงเลยว่า คำร้องเรียนของเราได้รับคำตอบแล้ว!”

“คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว” ถูกพิมพ์ขึ้นด้วยตัวอักษรสีแดงสดที่มุมขวาล่างของซองจดหมาย ข้อความในจดหมายระบุว่า”ตามที่พวกคุณทั้งสามสหายได้ส่งจดหมายถึงนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคฯประจำเมืองเมื่อวันที่ 24 เมษายนเพื่อสะท้อนว่า พวกคุณซื้อตั๋วรถบัสไปเมืองเวินโจวระหว่างเดินทางมาปฏิบัติราชการที่เมืองของเราและถูกคนจำนวนหนึ่งหลอกลวงอย่างเปิดเผยที่หน้าโฮสเทล”อู่อี”นั้น ทางเราได้รับจดหมายแล้ว นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคฯประจำเมืองให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ และได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและจัดการอย่างจริงจังทันที ทางเราจะรายงานผลให้พวกคุณทราบต่อไป” ในเวลานี้ พวกเขาจึงรู้ว่า เลขาธิการคณะกรรมการพรรคฯประจำเมืองฝูโจวคือ นายสี จิ้นผิง

ต่อจากนั้นไม่กี่วัน พวกเขาได้รับคำตอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลการจัดการเรื่องนี้ว่า หลังจากได้รับคำแนะนำของนายสี จิ้นผิงแล้ว ฝ่ายกำกับการคมนาคมขนส่งของเมืองฝูโจวใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ในการดำเนินการตรวจสอบและจัดการ รถบัสที่พวกเขาโดยสารนั้นเป็นรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารให้ผู้ประกอบการส่วนบุคคลรับเหมาไปดำเนินการ จุดขายตั๋วนั้นก็ตั้งขึ้นอย่างผิดกฎหมายเพราะไม่ได้รับอนุญาต ฝ่ายกำกับการคมนาคมขนส่งได้สั่งให้สถานีขนส่งผู้โดยสารใช้มาตรการหยุดการเดินรถคันดังกล่าวเพื่อจัดระเบียบใหม่พร้อมสั่งลงโทษปรับเงินแล้ว จดหมายดังกล่าวยังได้แนบหนังสือสารภาพผิดของสถานีขนส่งผู้โดยสารด้วย หลังจากนั้นพวกเขาได้รับเงินค่าตั๋วที่จ่ายเกินไปคืนมารวม 33.6 หยวน และยังได้ทราบความคืบหน้าล่าสุดของเรื่องนี้ว่า ฝ่ายกำกับการคมนาคมขนส่งของเมืองฝูโจวยังได้ขยายผลโดยสั่งยุบจุดจำหน่ายตั๋วที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 10 แห่งรอบๆ โฮสเทล “อู่อี” และได้ส่งตัวผู้กระทำผิดอย่างร้ายแรง เช่น ฉ้อโกงและทุบตีผู้โดยสาร เป็นต้นไปยังสถานีตำรวจในท้องถิ่นด้วย

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่านเลขาธิการพรรคฯประจำเมืองจะดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ด้วยตนเอง ไม่เพียงแต่ดูแลเท่านั้น แต่ยังดูแลจนเราพอใจด้วย ใช้เวลาเพียง 40 กว่าวันเท่านั้นตั้งแต่วันเขียนจดหมายจนถึงวันที่จัดการเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อย” นายห่าว อี้ว์หมินกล่าว

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

http://www.tcjapress.com/2023/08/24/xi-way-49