ปี 2016 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเปลี่ยนแปลงมากมาย

0
80
ปี 2016 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเปลี่ยนแปลงมากมาย

ปี 2016 ที่ผ่านมา เป็นปีแรกที่ประชาคมอาเซียนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยการเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยภายใน เช่นสหพันธ์ประชาธิปไตยแห่งชาติพม่าขึ้นบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ พรรคปฏิวัติประชาชนลาวและพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีการปรับปรุงสมาชิก นายโรดริโก ดูเตร์เตดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซียทยอยกันปรับสมาชิกรัฐบาล ส่วนไทยมีพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ และจัดการทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นต้น

ส่วนการเปลี่ยนแปลงอีกจำนวนหนึ่งมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดความกังวลต่ออนาคตของยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯที่มีต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯละทิ้งข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ทำให้ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย ฯลฯ ซึ่งเป็นสมาชิก TPP หรือประเทศที่กำลังเตรียมเข้าร่วม TPP ตกใจเป็นอย่างยิ่ง

แม้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกมากมาย แต่ปีนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ไม่ได้เกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด ความร่วมมือกับการพัฒนายังเป็นกระแสนิยมหลักในภูมิภาคนี้ แม้ประเทศต่างๆมีการปรับเปลี่ยนบุคคลในรัฐบาล แต่ไม่ได้เกิดการปั่นป่วนตามที่ประเทศตะวันตกจำนวนหนึ่งคาดหมาย พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เป็นต้น ต่างเผยโฉมหน้าใหม่ต่อทั่วโลก

ประเทศต่างๆ ในอาเซียนคาดว่า ปี 2017 สภาพเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่นับว่าค่อนข้างน่าพอใจ (ยกเว้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจำนวนน้อยอย่างเช่นสิงคโปร์อาจมีการชะลอตัว) อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะอยู่ที่ 5.2-5.6% มาเลเซียอยู่ที่ 4-5% ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 7% ไทยอยู่ที่ 3.5-4% เวียดนามอยู่ที่ 6.7% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า อัตราการเติบโตของยอดเศรษฐกิจอาเซียนอาจเกิน 7% อาเซียนกำลังขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่เป็นองค์เศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก