วัคซีนจีนส่งถึงไทยเพิ่มพูนมิตรภาพ “ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

0
37

บทวิเคราะห์ : วัคซีนจีนส่งถึงไทยเพิ่มพูนมิตรภาพ “ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

 

เช้าวันนี้ (วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021) วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (โควิด-19 ) ที่ผลิตโดยจีนได้ส่งถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งนับเป็น “วัคซีนโควิด” ล็อตแรกที่ไทยได้รับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา การที่จีนส่งออกวัคซีนแก่ไทยในวาระที่ไทยต้องการด่วนครั้งนี้ย่อมจะกลายเป็นสักขีพยานแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีน-ไทย  ซึ่งประโยคที่ว่า “ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ย่อมจะทรงคุณค่าตามนั้น และ ความเป็นพี่น้องกันได้ถูกยกระดับสูงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศแห่งการร่วมทุกข์ร่วมสุขระหว่างสองประเทศ

 

ตามสัญญาสั่งซื้อวัคซีนโควิดจำนวน 2 ล้านโดสระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด ของจีน วัคซีนล็อต แรกจำนวน 2 แสนโดสได้ส่งถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจากกรุงปักกิ่งด้วยเที่ยวบินขนส่งสินค้าของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่เรียบร้อยเมื่อตอนเช้าวันนี้  ส่วนวัคซีนล็อตที่สอง 8 แสนโดสและล็อตที่สาม 1 ล้านโดสจะส่งมอบถึงไทยในเดือนมีนาคมและเมษายนตามลำดับ

 

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่บริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค ผลิตขึ้นมีชื่อว่า “โคโรนาแวค” CoronaVac    เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ได้ทำการทดลองทางคลินิกระยะ 3 ในประเทศบราซิล ตุรกีและอินโดนีเซียตามลำดับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2020 ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า วัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงและมีประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องขององค์การอนามัยโลก วัคซีนชนิดนี้ต้องการสภาพแวดล้อมการเก็บรักษาหรือขนส่งเพียงแต่คงอุณหภูมิไว้ในระดับ 2-8  องศาเซลเซียสเท่านั้น จึงสอดคล้องกับการขนส่งในประเทศเขตร้อน  ทั้งนี้มีประมุขแห่งรัฐหรือผู้นำรัฐบาลอย่างน้อย 8 ประเทศได้รับการฉีดวัคซีนจีนอย่างเปิดเผย ซึ่งนับการเป็นเพิ่มความมั่นใจและไว้วางใจต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนจีนเป็นอย่างดี

 

ปัจจุบัน ไทยกำลังเผชิญการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ไทยกำลังต้องการวัคซีนโควิดด่วนเพื่อนำมาใช้ป้องกันควบคุมโควิด-19 การมาถึงของวัคซีนจีนช่วยให้ไทยสามารถเริ่มการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนได้เร็วขึ้น ย่อมมีนัยสำคัญต่อการป้องกันควบคุมโควิด-19

 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปต้อนรับการมาถึงของวัคซีนจีนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยตัวเอง โดยในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทยของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีนโดยกล่าวว่า ตัวเองมีความมั่นใจต่อความปลอดภัยของวัคซีนจีน จีนแบ่งปันวัคซีนแก่ไทย เป็นมิตรแท้ของไทย หลังจากวัคซีนจีนถึงไทยแล้ว รัฐบาลไทยจะบูรณาการอย่างเป็นเอกภาพโดยจะฉีดวัคซีนแก่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในแนวหน้าและประชาชนในพื้นที่ประสบการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 เป็นลำดับแรก

 

เบื้องหลังการส่งวัคซีนจีนถึงไทยอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เร็วได้ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความพยายามร่วมกันของรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องของทั้งจีนและไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ” และ “การร่วมทุกข์ร่วมสุขสื่อมิตรภาพอันแท้จริง” อย่างน่าประทับใจ

 

จีนกับไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นมิตรมาแต่ไหนแต่ไร ในช่วง 46 ปีหลังจากสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ร่วมทุกข์ร่วมสุข ได้สร้างมิตรภาพอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังมีบทบาทเป็นแบบย่างต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศอาเซี่ยนอื่น ๆ กลายเป็นต้นแบบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีระบบสังคมต่างกัน ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติร้ายแรงเช่น ไทยประสบภัยสึนามิปี 2004 หรือจีนประสบภัยแผ่นดินไหวเวิ่นชวนปี 2008  ทั้งสองฝ่ายต่างได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างเห็นใจซึ่งกันและกัน

 

ปี 2020 โรคโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในประเทศจีนก่อน ไทยได้ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างมากแก่จีนในการป้องกันควบคุมโควิด สถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐบาลไทยได้ส่งมอบเวชภัณฑ์แก่จีน หน่วยงานต่างๆของไทยและประชาชนไทยก็พากันแสดงความเป็นมิตรและความปรารถนาดีต่อประชาชนจีน บัดนี้ เมื่อไทยประสบการระบาดของโควิด-19 เป็นระลอก 2 รัฐบาลและประชาชนจีนก็พากันให้ความช่วยเหลือเท่าที่สามารถทำได้ ทั้งนี้บ่งบอกให้เห็นถึงไมตรีจิตมิตรภาพระหว่างจีน-ไทยที่คอยห่วยใยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยความจริงใจ

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ “การแย่งกันสั่งจองวัคซีน” กลายเป็นประเด็นร้อนในรายงานข่าวของสื่อมวลชนนานาชาติ หนังสือพิมพ์ไทยรายงานว่า ข้อมูลเดือนมกราคมปี 2021 ทั่วโลกจองวัคซีนแล้ว 8.2 พันล้านโดส แคนาดา และอังกฤษ เป็นประเทศที่จองวัคซีนได้มากกว่าประชากรในประเทศถึง 3 เท่า สหรัฐอเมริกาจองได้ 1.7 เท่าของประชากร

ที่จริงแล้ว ปริมาณวัคซีนที่จีนผลิตได้ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แต่จีนตระหนักดีว่า มีเพียงแต่ทุกประเทศสามัคคีกันต้านโควิดเท่านั้นจึงจะเอาชนะโรคระบาดได้ในที่สุด ตลอดจนจำต้องขับเคลื่อนการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ พร้อมไปกับการบริหารจัดการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนภายในประเทศนั้น จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนแก่นานาประเทศ ทั้งนี้ถือเป็นการปฏบัติตามคำมั่นสัญญาที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้ให้ไว้ต่อทั่วโลกเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2020 ซึ่งก็คือ หลังจากจีนค้นคว้าวิจัยและผลิตวัคซีนโควิดได้แล้ว จะทำให้เป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะในขอบเขตทั่วโลก สร้างคุณูปการของจีนแก่การบรรลุการเข้าถึงวัคซีนโควิดและการแบกรับค่าใช้จ่ายได้ของบรรดาประเทศกำลังพัฒนา

 

ปัจจุบัน นอกจากวัคซีน “โคโรนาแวค” แล้ว วัคซีนต้านโควิด-19 ของจีนที่ผ่านการอนุมัติใช้แล้วอีกตัวผลิตโดยซิโนฟาร์มกรุ๊ป เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายเช่นกัน วัคซีนทั้งสองชนิดนี้นับวันกำลังได้รับความยอมรับและไว้วางใจอย่างกว้างขวางจากนานาประเทศ เมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า จีนกำลังให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ แก่ 53 ประเทศที่มีความต้องการ ปัจจุบัน วัคซีนโควิดที่จีนมอบเป็นความช่วยเหลือแก่ปากีสถาน กัมพูชา ลาว อิเควทอเรียลกินี ซิมบับเว มองโกเลีย และเบลารุสเป็นต้นได้ส่งถึงประเทศปลายทางแล้ว ขณะเดียวกัน จีนกำลังส่งออกวัคซีนโควิดไปยัง 27 ประเทศที่สนใจสั่งซื้อจากจีน วัคซีนที่ส่งออกไปยังเซอร์เบีย ฮังการี เปรู ชิลี เม็กซิโก โคลัมเบีย โมร็อกโก เซเนกัล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตุรกีเป็นต้นได้ส่งถึงประเทศปลายทางแล้วเช่นกัน ประเทศดังกล่าวข้างต้นส่วนใหญ่ต่างเป็นประเทศกำลังพัฒนา จีนหวังว่าทุกประเทศที่มีขีดความสามารถร่วมมือกัน ร่วมกันสร้างคุณูปการอย่างแข็งขันในการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาคมโลกโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาเอาชนะโควิด-19

 

ไทยเป็นประเทศปลายทางยอดนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวยังต่างประเทศของประชาชนจีน แต่การระบาดของโควิด-19 ได้หยุดยั้งการเดินทางท่องเที่ยวยังไทยของประชาชนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทย นักสังเกตการณ์เห็นว่า ควบคู่ไปกับการใช้วัคซีนโควิดและการยกระดับการทดสอบกรดนิวคลีอิก ไทยอาจจะประเดิมดำเนินความร่วมมือกับจีนในการสร้าง “ช่องสีเขียวแห่งการท่องเที่ยว” ที่มีความปลอดภัยและคล่องตัว เพื่อนำไปสู่การเปิดประตูประเทศแก่นักท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด เช่นนี้แล้วเชื่อได้ว่าประชาชนจีนจำนวนมากจะฟื้นฟูความกระตือรือร้นในการเดินทางท่องเที่ยวยังไทยและมีส่วนช่วยต่อธุรกิจท่องเที่ยวของไทยต่อไป

เรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน CMG