“การไม่มีคู่รักไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิต” ซู่ชิง – นางฟ้าไอที

0
1365

การไม่มีคู่รักไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิต
ความสุขเกิดขึ้นได้จากการที่เรารักตัวเอง
“ฉันแข็งแรงนะ ฉันเป็นอิสระ ฉันอยู่คนเดียวได้”

ประโยคคมกริบนี้ออกมาจากในจของ “ซู่ชิง-จิตต์สุภา ฉิน” สาวสวยมากความสามารถ จัดรายการโทรทัศน์ จัดรายการใน podcasts เป็นพิธีกรและคอลัมนิสต์ แถมเก่งเรื่องไอที จนสื่อหลายแห่งยกให้เธอเป็น “นางฟ้าไอที” ที่สำคัญเธอยัง “โสด” เราเลยอดจีบเธอมาพูดถึงวันคนโสดไม่ได้ ซึ่ง “วันคนโสด” หรือ Single’s Day ของคนจีนนั้นถือเอาวันที่ 11 เดือน 11 (พฤศจิกายน) เป็นหมุดหมาย เพราะเลข 1 เปรียบเสมือนตัวแทนของความโดดเดี่ยว พอถึงวันนี้ของทุกปี เลข 1 1 1 1 ก็จะเรียงกันเป็นแถว ย้ำและซ้ำเติมให้ความโสดและความโดดเดี่ยวสาหัสมากยิ่งขึ้น ก็เลยยึดเอาวันนี้มาฉลองกันในรูปแบบต่างๆ วันนี้รายการ On View ของช่อง China Face ได้พูดคุยกับเธอ ลองมาดูมุมมองคนสวยๆ ว่าจะพูดเรื่องวันของคนโสดๆ ว่าเป็นอย่างไร

อยากให้เล่าถึงวันคนโสด

วันคนโสดของคนจีนจะอยู่ที่วันที่ 11 พฤศจิกายน เนื่องจากว่าเป็นตัวเลข 1 1 1 1 แทนความโดดเดี่ยว เมื่อตัวเลข 1 มาอยู่รวมกันมากๆ เลยกลายเป็นตัวแทนของความโสด วันคนโสดเริ่มต้นตั้งแต่ยุค 90 ว่ากันว่าเกิดมาจากเด็กมหาวิทยาลัยในหนานจิงเฉลิมฉลองความเป็นโสดกัน เนื่องจากต้องการแอนตี้วันวาเลนไทน์ เพราะวันวาเลนไทน์คือวันที่คนโสดเจ็บใจมากเป็นพิเศษ เห็นใครต่อใครออกไปกินข้าว ไปเดทกันดูมีความสุขมาก แต่คนโสดต้องอยู่คนเดียว ในตอนนั้นน่าจะเริ่มต้นมาจากนักศึกษากลุ่มเล็กๆ มีการฉลองความเป็นโสดกัน ในปี 2009 แจ็ค หม่า ของอาลีบาบา มองเห็นว่าวันนี้สามารถมาทำเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ เลยหยิบเอา Single’s Day หรือวันคนโสดมาทำโปรโมชั่นในการขายสินค้าออนไลน์บนเว็บไซด์อาลีบาบา

เรื่องความโสดมาเป็นการตลาดได้อย่างไร?

คนโสดไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็ทำงานมีเงินเดือน แตกต่างกันที่คนโสดรายจ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับคนมีครอบครัว ลองคิดดูว่ารายได้ที่เข้ามาหมดไปกับค่าอะไรบ้าง เช่น ค่ากิน ค่าซื้อของ ค่าเดินทาง แต่คนโสดไม่ต้องเจียดเงินไปจ่ายค่าเสื้อผ้าให้ลูก ค่าอาหารลูก ค่าส่งลูกไปโรงเรียน เราไม่ต้องแบ่งรายได้ของเราไปจุนเจือคู่รักของเรา ดังนั้นรายได้ที่คนโสดมีเข้ามาเทียบกับค่าใช้จ่ายแล้วน้อยมาก แล้วคนโสดมี Purchasing Power มีอำนาจในการซื้อสูงกว่าคนที่มีครอบครัว เพราะเราไม่จำเป็นต้องคิดถึงคนอื่น เราคิดถึงตัวเองอย่างเดียว ดังนั้นวันคนโสดเหมาะสำหรับการใช้เงินมาก เพราะจะมีอะไรทำให้เราหายเหงาได้ดีไปกว่าการที่เราจะใช้เงินซื้อของสวยๆ งามๆ ซื้อเสื้อผ้า ซื้อรองเท้า ซื้อข้าวของเครื่องใช้ ซื้อ Gadget เป็นโอกาสในการให้รางวัลตัวเองไปในตัว อันนี้สามารถพูดถึงไลฟ์สไตล์คนโสดได้ เพราะซู่ชิงยังไม่แต่งงาน

แนวโน้ม “คนโสด” และ “วันคนโสด” จะเป็นอย่างไร?

มีแนวโน้มที่คนจะโสดมากขึ้น วันนี้การฉลองคนโสดไม่ได้มีเพียงแค่ผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงก็เริ่มฉลองกันมากขึ้น เชื่อว่าเทรนด์ของคนโสดจะมีความคึกคักมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่สัดส่วนประชากรอย่างเดียว แต่ว่าเรื่องไลฟ์สไตล์ด้วย เทรนด์ของผู้หญิงที่แต่งงานช้าลงเพราะเลือกที่จะทำงานก่อน ก็เป็นแบบนี้ทั่วโลก และเชื่อว่าในเมืองจีน เทรนด์แบบนี้ก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อผู้หญิงออกนอกบ้านไปทำงานหาเงินมากขึ้น มีความคาดหวังว่าตัวเองจะเติบโตในหน้าที่การงาน ขณะที่การมีครอบครัวทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไปได้ง่ายๆ ดังนั้นการยืดเวลาความโสดออกไปให้ได้มากที่สุดอาจทำให้เราได้ทำงาน และเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียวที่ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นมากมาย

แคมเปญเรื่องวันโสดในอนาคตเป็นอย่างไร?

วันคนโสดไม่ได้เฉพาะเป็นวันที่จะประกาศความโสดอย่างเดียว เพราะขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นการเผื่อโอกาสหาคู่ไปด้วย คล้ายๆ กับว่า เราแอนตี้วันวาเลนไทน์ แต่เราไม่ได้แอนตี้การมีแฟน เพราะฉะนั้นถ้าหากวันนี้เราประกาศความโสดไป อาจมีคนสนใจอยากทำความรู้จักมากขึ้น อาจทำให้ปีถัดไปเราไม่โสดแล้วก็ได้
คนโสดมีอำนาจในการซื้อมากอยู่แล้ว เป็นเหมือนกับเป็นข้ออ้างให้ตัวเอง พอมีวันคนโสดเข้ามา ก็เหมือนเราได้โอกาสประกาศความเป็นอิสระของตัวเอง ว่าฉันไม่ต้องการแฟนมาดูแลก็ได้ จะมีอะไรดีไปกว่าการที่เราซื้อของอะไรบางอย่างแล้วเรารู้สึกดีกับตัวเองว่า ฉันหาเงินนี้มานะ และฉันสามารถซื้อของเหล่านี้ได้
ส่วนของที่ขายดีในช่วงวันคนโสดนี้หลักๆ แล้ว ของแบรนด์เนมเป็นหนึ่งในสินค้าที่จะมาทำดีลในวันคนโสดกันเยอะมาก และคนโสดก็ซื้อเยอะมาก อย่างเช่น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า อาจจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ หรือแม้กระทั่งของชิ้นเล็กๆ น้อยๆ เป็นของตลกๆ อย่าง boyfriend pillow มีคนพูดถึงเยอะมาก ไม่มีแฟนไม่เป็นไร เรามีหมอนที่มีแขนยื่นออกมาให้ซบก็ยังได้ หรือสินค้าอะไรที่เป็นตั๋ว เช่น ตั๋วเดินทางคนเดียว ตั๋วดูหนังคนเดียว ทั้งหมดนี้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นกับทางเลือกของชีวิต…ชีวิตที่เราเลือกเป็นโสด

คิดว่าวัฒนธรรมแบบนี้จะมาถึงเมืองไทยไหม?

คิดว่ามาถึงเมืองไทยแน่นอน แต่อาจจะไม่ใหญ่โตเท่ากับของเมืองจีน ถ้าถามว่าเทรนด์ของคนที่จะโสดมากขึ้นเหมือนกันไหม ซู่ชิงเชื่อว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะอย่างที่บอก ผู้หญิงมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้นกว่าในอดีต เราต้องการอะไรที่มากกว่าการมีครอบครัวที่อบอุ่น เราต้องการอะไรที่มากกว่าการมีสามี มีลูก แต่สิ่งที่ต้องการคือการมาเติมเต็มในเรื่องของคุณค่าของตัวเองในด้านการทำงานด้วย ดังนั้นคิดว่ามีหลายคนอยากอยู่เป็นโสดให้ได้นานที่สุด เพราะฉะนั้นหากมีการนำเอาโปรโมชั่นสินค้าต่างๆ มาทำเป็นวันคนโสดของคนไทยบ้างก็น่าจะเวิร์ค

ประเภทสินค้าที่นิยมซื้อในวันคนโสด?

ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นว่าแต่ละเว็บไซต์ที่ขายสินค้าจะจัดโปรโมชั่นอะไรบ้าง อย่างอาลีบาบาก็เดินหน้าเต็มที่ในการที่จะทำให้ Single’s Day เป็นวันที่มีความยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ถือว่าแจ็ค หม่า ฉลาดมาก เหมือนเป็นการสร้างโอกาสใหม่จากเดิมมีแค่วันหยุดอย่างวันตรุษจีน หรือวันหยุดช่วง golden week หรือเป็นเทศกาลปลายปี ซึ่งวันเหล่านั้นยอดขายอิ่มตัวแล้ว การที่สามารถสร้างวันสำคัญใหม่ขึ้นมาเพื่อให้คนใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นความสามารถขั้นสูงมากที่แจ็ค หม่าทำได้ จากวันธรรมดาๆ กลายมาเป็นวันที่ใหญ่โตระดับประเทศอย่าง Single’s Day ซึ่งทางตะวันตกคงต้องมาดูโมเดลว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นการทำธุรกิจที่ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ และเชื่อว่าจะใหญ่โตแบบนี้ไปเรื่อยๆ

วันนี้เป็นมากกว่าแค่ “วันคนโสด”

วันแบบนี้สำคัญ หากไม่มีวันนี้เรามักจะรู้สึกว่า การไม่มีคู่รักไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายต่างรู้สึกว่า ความสำคัญของความสุขเกิดขึ้นได้จากการที่เรารักตัวเอง หากเรารักตัวเองแล้วทุกอย่างที่ตามมาถือเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในชีวิต เป็นโบนัส แต่รากฐานที่ต้องมีคือการรักตัวเอง ดังนั้น Single’s Day มีความสำคัญมากกว่าแค่ที่เราจะได้ซื้อของถูกในวันๆ นั้น แต่เป็นการที่เราจะบอกตัวเองว่า “ฉันแข็งแรงนะ ฉันเป็นอิสระ ฉันอยู่คนเดียวได้”

ในฐานะผู้หญิงโสดอยากได้อะไรในวันคนโสด?

อาจจะซื้อของ 2 ประเภท อย่างแรกน่าจะเป็นของสวยๆ งามๆ อาจจะเป็นเครื่องสำอางราคาแพงหรือว่ารองเท้าส้นสูง และอีกอย่างเป็นแนว Gadget ราคาแพงที่วันปกติอาจไม่ซื้อ ถ้าหากว่าสามารถซื้อของที่เรารู้สึกว่าวันธรรมดาเราก็ซื้อได้มันรู้สึกไม่พิเศษ แต่ต้องเป็นดีลที่ปกติแล้วเป็นสินค้าที่เราจะเสียดายเงิน เมื่อมาทำโปรโมชั่นแล้วราคาโอเคขึ้น แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่เป็นไรให้รางวัลตัวเองได้ น่าจะเป็น 2 แนวนี้คือ Gadget เทคโนโลยี และข้าวของเครื่องใช้สำหรับผู้หญิง

เรียบเรียงและถ่ายภาพ : ยุพินวดี คุ้มกลัด

ชมคลิปสัมภาษณ์ “ซู่ชิง” ในรายการ On View

ทิ้งคำตอบไว้