‘สี จิ้นผิง’: ผู้บัญชาการใหญ่สงครามบูรณาการควบคุมโรคระบาดกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม (4)

0
1

‘สี จิ้นผิง’: ผู้บัญชาการใหญ่สงครามบูรณาการควบคุมโรคระบาดกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม (4)

เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนซึ่งแพร่ระบาดได้อย่างรุนแรงได้ลุกลามไปยัง 28 มณฑลในประเทศจีนอย่างรวดเร็ว ผู้ติดเชื้อสะสมในท้องถิ่นมีจำนวนเกิน 70,000 ราย จำนวนพื้นที่ความเสี่ยงระดับปานกลางและสูงทะลุ 600 แห่ง งานป้องกันและต้านโรคโควิด-19 ในจีนกำลังเผชิญความท้าทายอันหนักหน่วง

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม คณะกรรมการประจำสำนักการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน จัดประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และวางนโยบายรับมือ โดยนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวชี้ว่า “ต้องยืนหยัดการถือประชาชนสำคัญที่สุดและชีวิตสำคัญที่สุดโดยตลอด ยืนหยัดที่จะดำเนินการอย่างแม่นยำและถูกหลักวิทยาศาสตร์ ดำเนินการควบคุมให้เหลือเป็นศูนย์ เพื่อยับยั้งแนวโน้มการแพร่ระบาดและลุกลามของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด” “ต้องบูรณาการการป้องกันควบคุมโรคระบาดกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมให้ดี ใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พยายามบรรลุผลลัพธ์ให้ได้มากที่สุดในการป้องกันควบคุมโรคระบาดด้วยต้นทุนน้อยที่สุด และลดผลกระทบจากโรคระบาดที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เหลือน้อยที่สุด”

เมื่อเผชิญกับโรคโควิด-19 ที่ระบาดซ้ำซากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบศตวรรษ นายสี จิ้นผิงสั่งการและวางแผนงานด้วยตนเอง รับมือกับความยากลำบากแสนสาหัสด้วยนโยบายที่ถูกหลักวิทยาศาสตร์ สามัคคีและนำประชาชนนับพันล้านคนพยายามเอาชนะสงครามแห่งการบูรณาการป้องกันควบคุมโรคระบาดกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมด้วยปฏิบัติการที่ไม่ธรรมดาในการดำเนินเรื่องใหญ่สองประการให้ดี ซึ่งก็คือ การพัฒนาและความปลอดภัย

วางแผนอย่างเป็นเอกภาพ ดูแลอย่างทั่วถึง – “ลดผลกระทบจากโรคระบาดต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมให้เหลือน้อยที่สุด”

การป้องกันโรคระบาดเกี่ยวพันถึงชีวิต การพัฒนาเกี่ยวพันถึงการดำรงชีวิต การที่ควรบูรณาการการจัดการความขัดแย้งที่ดูเหมือนมิอาจประสานให้ลงตัวได้คู่นี้นั้นเป็นบททดสอบที่ยากลำบากสำหรับทุกประเทศในโลก

“ภายใต้เงื่อนไขที่สามารถประกันการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ผลเป็นที่พอใจ ขับเคลื่อนการฟื้นฟูการทำงานและการผลิตของวิสาหกิจและหน่วยงานที่ให้บริการสาธารณะในพื้นที่ที่มิได้ถูกกำหนดให้ต้องดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มข้น เพื่อฟื้นฟูระเบียบการผลิตและการดำรงชีวิต”

“ทำไม่ได้ที่จะใช้วิธีปฏิบัติแบบ ‘ตายตัว’ ในพื้นที่ที่มีสภาพแตกต่างกันซึ่งจะขัดขวางการฟื้นฟูระเบียบทางเศรษฐกิจและสังคม และทำไม่ได้เช่นกันที่จะผ่อนคลายการป้องกันและควบคุมโรคระบาดอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่การไร้คุณค่าของความสำเร็จก่อนหน้านี้”

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2020 ขณะที่การป้องกันและควบคุมโควิด-19 ภายในประเทศเข้าสู่ช่วงเวลาคับขัน นายสี จิ้นผิงได้กล่าวคำปราศรัยสำคัญต่อเจ้าหน้าที่บริหารระดับนายอำเภอขึ้นไปจำนวน 170,000 คนทั่วประเทศ เขาได้ชี้ทิศทางและเพิ่มความมั่นใจเกี่ยวกับการวางแผนขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโควิด-19 และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นเอกภาพ

ในช่วงเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีนายสี จิ้นผิงเป็นแกนหลัก ประเทศจีนได้ค้นพบหนทางแห่งการบูรณาการการป้องกันควบคุมโควิด-19 กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างแม่นยำ นอกจากได้ประกันความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนนับพันล้านคนแล้ว ยังได้เอาชนะสงครามการแก้ไขอุปสรรคและความยากลำบากเพื่อขจัดความยากจนตามกำหนด และได้บรรลุการสร้างสังคมมีกินมีใช้รอบด้าน ตลอดจนได้ประสบความสำเร็จในการเริ่มต้น “แผน 5 ปี ฉบับที่ 14″ ด้วยดี

ปี 2022 เป็นปีสำคัญของจีนในการเข้าสู่กระบวนการใหม่แห่งการสร้างสรรค์ประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยอย่างรอบด้านและก้าวไปสู่เป้าหมายการฟันฝ่าต่อสู้ 100 ปีประการที่สอง การประชุมผู้แทนระดับชาติแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นในปีนี้

ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยไม่แน่นอนใหญ่ที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก สภาพแวดล้อมภายนอกทวีความรุนแรงมากขึ้น การพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศเผชิญกับแรงกดดันสามประการ คือ อุปสงค์ลดลง ภาวะช็อกทางด้านอุปทาน และความคาดหวังถดถอย

“ต้องรักษาความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ยืนหยัดที่จะแสวงหาความก้าวหน้าท่ามกลางการคงไว้ซึ่งเสถียรภาพ บูรณาการการป้องกันควบคุมโควิด-19 กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ใช้มาตรการที่มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พยายามบรรลุผลลัพธ์ให้มากที่สุดในการป้องกันควบคุมโควิด-19 โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด ลดผลกระทบของโรคระบาดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เหลือน้อยที่สุด”

ขณะกล่าวปราศรัยในที่ประชุมคณะกรรมการประจำสำนักการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ 17 มีนาคมปีนี้ นายสี จิ้นผิงได้ใช้อักษร “ที่สุด” สามตัวเพื่อแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจและความมั่นใจของจีนในการเอาชนะสงครามบูรณาการการป้องกันควบคุมโควิด-19 กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

ประมาณ 5.5% คือ เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ แต่สถานการณ์โรคระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหันนั้นย่อมเพิ่มแรงกดดันต่อการเติบโตที่มั่นคงอย่างไม่ต้องสงสัย

แรงกดดันหลายประการซ้อนทับกัน กุญแจสำคัญคือต้องเสริมสร้างการบูรณาการและการประสานงาน ประกัน “การถือความมั่นคงสำคัญที่สุดและแสวงหาความก้าวหน้าท่ามกลางการรักษาเสถียรภาพ” ตลอดจนกุมโอกาสแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงรุกอย่างมั่นคง

แม้ต้อง “ต่อสู้กับโรคระบาด” แต่ก็ไม่พลาดที่จะ “ปกป้องการทำนาในฤดูใบไม้ผลิ” ปัจจุบันจี๋หลินซึ่งเป็นมณฑลเกษตรกรรมที่สำคัญกำลังแข่งกับเวลาเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ขณะเดียวกันมณฑลแห่งนี้ยังกำลังดำเนินการอย่างเร่งรัดเพื่อสร้างหลักประกันด้านการบริการการผลิตในด้านต่าง ๆ ดินแดนผืนใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนกำลังทุ่มเทเตรียมความพร้อมสำหรับการทำนาในฤดูใบไม้ผลิ เพื่อประกันความปลอดภัยด้านการผลิตธัญญาหาร

กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนได้ออกเอกสารหลายครั้งเพื่อบูรณาการภารกิจการป้องกันควบคุมโรคระบาดกับการผลิตทางการเกษตรในฤดูใบไม้ผลิให้ดี และเพื่อตอบสนองกรณีราคาวัสดุทางการเกษตรที่สูงขึ้น รัฐบาลกลางได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 20,000 ล้านหยวนสำหรับอุดหนุนครั้งเดียวแก่เกษตรกรที่ปลูกธัญพืชจริง ด้านคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติพร้อมกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้นำปุ๋ยโพแทสเซียมสำรองแห่งชาติจำนวน 1 ล้านตันเข้าสู่ท้องตลาด

หากมีอาหารอยู่ในมือ จิตใจย่อมมั่นคงไม่หวั่นไหว

“ในประเด็นความมั่นคงด้านอาหารนั้นจะประมาทแม้เล็กน้อยไม่ได้อย่างเด็ดขาด” “ประกันให้มีปริมาณผลผลิตธัญพืชคงไว้ในระดับที่มากกว่า 1.3 ล้านล้านชั่ง (2 ชั่งเท่ากับ 1 กิโลกรัม) และประกันให้ชามข้าวของชาวจีนมีธัญญาหารจีนเป็นหลัก”

นายสี จิ้นผิงกล่าวเน้นเช่นนี้ขณะไปเยี่ยมเยียนบรรดาสมาชิกสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนในแวดวงเกษตรกรรม สวัสดิการสังคม และการประกันสังคมในระหว่างการประชุมสองสภาแห่งชาติของจีนในปีนี้

ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ  โดยพิจารณาจากผลกระทบของโรคระบาดที่มีต่อวิสาหกิจจำนวนหนึ่งในห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ท้องที่ต่าง ๆ ของจีนได้เสริมสร้างแนวป้องกันโควิด-19 พร้อมไปกับการออกนโยบายและมาตรการอย่างเข้มข้นเพื่อแบ่งเบาภาระของวิสาหกิจ เพื่อทำให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมีความคล่องตัว และทำให้พื้นฐานมีเสถียรภาพ

ด้านหนึ่งต่อสู้กับโรคระบาด อีกด้านหนึ่งเร่งรัดพัฒนา สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ภายใต้สถานการณ์ที่ซับซ้อน

นายสี จิ้นผิงได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่าด้วยกิจการงานด้านเศรษฐกิจส่วนกลางเมื่อปีที่แล้วว่า ต้องยกระดับความเป็นวิทยาศาสตร์ ความแม่นยำ และประสิทธิผลของมาตรการป้องกันควบคุมโรคระบาดอีกระดับ เพื่อลดผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและชีวิตปกติของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด “แนวนโยบายของเรานี้หากยืนหยัดถึงที่สุดก็คือชัยชนะ”

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

 ‘สี จิ้นผิง’: ผู้บัญชาการสงครามต้านโควิดควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล (3)