‘สี จิ้นผิง’ในสายตาปชช.จีน – หวังให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีคนรับรู้มากขึ้น(4)

0
1

‘สี จิ้นผิง’ในสายตาปชช.จีน – หวังให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีคนรับรู้มากขึ้น4

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ปี 2016 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านของหม่า เค่อจุ้น ชาวบ้านชนเผ่าหุยในหมู่บ้านหยางหลิง ตำบลต้าวาน อำเภอจิงหยวน เมืองกู่หยวน ขณะไปตรวจเยี่ยมเขตซีไห่กู้ของเขตปกครองตนเองชนเผ่าหุยหนิงเซี่ย ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ นักข่าวได้กลับไปเยี่ยมหม่า เค่อจุ้น

หม่า เค่อจุ้นเล่าว่า บ่ายวันนั้น ฝนตกหนักในเขตลิ่วผันซาน เลขาธิการใหญ่ได้เดินเข้ามาในเขตบ้านตนซึ่งอยู่ตีนเขาท่ามกลางสายฝน และได้ไปชมคอกวัวเล็กๆที่มุมหนึ่งของลานบ้านก่อน  ถามไถ่เรื่องเงินกู้และการเลี้ยงโคเนื้อ เป็นต้น หม่า เค่อจุ้นได้คำนวณรายรับรายจ่ายให้ฟังโดยละเอียด

หลังจากนั้น เลขาธิการใหญ่สี จิ้นผิงเข้าไปนั่งในบ้าน ร่วมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หมู่บ้าน ตัวแทนของสมาชิกพรรคฯ ผู้แทนจากครัวเรือนเลี้ยงโครายใหญ่และครัวเรือนที่ยากจนว่า เขตซีไห่กู้เคยเป็นพื้นที่ยากจนมาก นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่ท่านมาเขตนี้ เพราะต้องการมาเยี่ยมพื้นที่ยากจนข้นแค้น

ตัวแทนชาวบ้านได้บรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เช่น น้ำ ไฟฟ้า ถนน และการพัฒนาอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ใช้มาตรการช่วยเหลือสำหรับครัวเรือนที่ยากจน โดยช่วยให้ปลูกธัญพืช 1 หมู่(หน่วยวัดพื้นที่ของจีน) ผัก 1 หมู่ และเลี้ยงวัว 1 ตัว ทำให้รายได้ของครัวเรือนที่ยากจนมีความมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ

นายสี จิ้นผิงจับมือหม่า เค่อจุ้นไว้พร้อมพูดว่า “คุณหม่าอายุน้อยกว่าผม ถือเป็นน้องชาย รู้สึกดีใจมากที่ได้มองเห็นชีวิตของคุณหม่าและชาวบ้านดีขึ้นเรื่อยๆ” เลขาธิการใหญ่สี จิ้นผิงยังชี้ว่า วันที่สุขสบายจะได้จากการทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นกลยุทธ์พื้นฐานที่บรรลุซึ่งการบรรเทาความยากจน ดังนั้น ควรใช้มาตรการที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงของสถานที่ต่าง ๆ ใช้อุตสาหกรรมการเพาะปลูกเป็นวิธีพื้นฐานที่ส่งเสริมการบรรเทาความยากจน

หม่า เค่อจุ้นยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า คำเรียก “น้องชาย” ของเลขาธิการใหญ่สี จิ้นผิง ทำให้เขาจำไปทั้งชีวิต และยิ่งจำขึ้นใจว่า วันที่สุขสบายจะต้องได้มาจากการทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร เพราะการพัฒนาหมู่บ้านของเขาแยกออกจากประโยคนี้ไม่ได้

หม่า เค่อจุ้นกล่าวว่า ในอดีต ภรรยาและเขาอาศัยอยู่บนที่ดินสองสามหมู่ และก็แค่พอมีกินได้ พอประทังชีวิตไปได้ หลังจากรัฐบรรเทาความยากจนอย่างตรงจุด ช่วยให้เขาได้เลี้ยงวัว ชีวิตก็ค่อยๆดีขึ้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมู่บ้านได้ตั้งสวนผสมพันธุ์หมู่ รับประกันให้ได้เงินปันผลทุกปี

การใช้วิธีที่ถูกต้องทำให้ความยากจนได้รับการบรรเทา หมู่บ้านก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ สวยงาม สะอาด และมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น หมู่บ้านยังมีการสร้างเส้นทางท่องเที่ยว และปลูก “ทะเลดอกไม้” หลายคนได้เปิดบ้านทำเป็นที่พักให้บริการด้วย

เมื่อชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หม่า เค่อจุ้นก็มีมุมมองที่เปิดกว้างขึ้นตาม หลายปีก่อน ได้โอกาสที่ทางอำเภอจัดพาชาวบ้านไปศึกษาเรียนรู้นอกพื้นที่ เขาจึงได้เดินทางออกจากบ้านเกิดไปมณฑลฝูเจี้ยนเป็นครั้งแรก แล้วก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นทันที ชาวฝูเจี้ยนชำนาญการปลูกชาและขายผลผลิต จึงมีร้านดื่มชาอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในเวลานั้นเขาคิดว่า จะสามารถเปิดร้านชาในภูเขาลึกนี้ได้หรือไม่?

ไม่นานหลังจากกลับถึงบ้าน หม่า เค่อจุ้นได้เปลี่ยนคอกเลี้ยงวัวเป็นร้านดื่มชา และขายสินค้าพื้นเมือง เช่น ขนมแป้งทอดหมาฮวาและส่านจือ ชาปาเป่า และน้ำผึ้งป่า เป็นต้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้แวะพักเท้าและดื่มชาร้อนๆ ที่ร้านก็ทำให้เขามีรายได้ด้วย สองฝ่ายต่างได้ประโยชน์

หม่า เค่อจุ้นเล่าทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าวว่า ในฐานะที่เป็นครัวเรือนต้นแบบด้านการขจัดความยากจน เขายังรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านด้วย ทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวมาเยือน เขาจะเล่า 2 เรื่องสำคัญ หนึ่งคือเรื่องราวของเลขาธิการใหญ่ที่มาเยี่ยมหมู่บ้านและอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องราวของชาวบ้านที่หลุดพ้นความยากจนแล้ว เพราะเขาได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยตนเอง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ผู้คนได้ฟังรับรู้กันมากขึ้น

ติดตามตอนเก่าได้ที่

 ‘สี จิ้นผิง’ในสายตาของปชช.จีน-เรามั่นใจในชีวิตที่ดีงามในอนาคต! (3)