เส้นทางจักรยานที่ยากลำบากแต่ไม่ย่อท้อในการลงพื้นที่ – เส้นทางสีจิ้นผิง(17)

0
1

เส้นทางจักรยานที่ยากลำบากแต่ไม่ย่อท้อในการลงพื้นที่ – เส้นทางสีจิ้นผิง(17)

อำเภอเจิ้งติ้งมียานพาหนะน้อยมาก คณะกรรมการพรรคและทางการมีรถจี๊ป 212 เพียง 2 คันเท่านั้น สี จิ้นผิง ตอนที่ทำงานอยู่จึงมักจะเดินทางด้วยจักรยาน เว้นแต่หากต้องเดินทางไกลหรือมีเหตุฉุกเฉินพิเศษจึงจะใช้รถจี๊ป

ในเวลานั้นแม้แต่จักรยานก็เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากต้องมีคูปองพิเศษจึงจะซื้อได้ ผู้นำระดับอำเภอสามารถรับคูปองจักรยานได้ 1 ใบ แต่สี จิ้นผิง ยอมสละสวัสดิการนี้ด้วยความเต็มใจ ครั้งแรกเมื่อเขากลับไปปักกิ่งเพื่อไปเยี่ยมญาติเขาได้นำจักรยานคันเก่าของเขาในปักกิ่งขึ้นรถไฟไปยังเจิ้งติ้ง

วันหนึ่งในเดือนเมษายนปี 1982 ก่อนเวลา  08.00 น. เล็กน้อย สี จิ้นผิง ขี่จักรยานไปถึงคอมมูนซีจ้าวทง

จาง หวูผู่ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำคอมมูนรออยู่ที่ประตูใหญ่ของที่ทำการคอมมูน เขาเห็นชายคนหนึ่งมาจากทางทิศตะวันตก สวมชุดเครื่องแบบทหารเก่า ตัวสูงและขี่จักรยานคันเก่า เมื่อจ้องมองอย่างชัดเจนเขาจึงเห็นว่านั่นคือสี จิ้นผิง ลักษณะเหมือนกับที่สหายในอำเภอได้อธิบายทางโทรศัพท์

เขารีบเดินเข้าไปใกล้และกล่าวทักทายว่า “เลขาธิการสี ยินดีต้อนรับ! ทำไมท่านมาเพียงคนเดียว? มันอยู่ห่างออกไปกว่า 30 ลี้ (หรือประมาณ 15 กิโลเมตร) ท่านรู้จักทางมาเหรอ? มาทางนี้อ้อมหรือเปล่า?”

“ไม่ได้อ้อมหรอก ที่นี่คนเยอะ พอเจอใครก็ถามทางมาเลย”

“เวลาผ่านพื้นทรายนั่น ใช้จักรยานมันลำบากไหม”

“ทางผ่านช่วงนั้น ผมแบกจักรยานเดินข้ามมา”

บทสนทนาของเลขาธิการฯ ประจำคอมมูน และเลขาธิการฯ ประจำอำเภอ แสดงให้เห็นถึงสภาพแม่น้ำฮูโถวเหอที่ไหลผ่านอำเภอเจิ้งติ้งและแบ่งเจิ้งติ้งออกเป็นสองพื้นที่อันได้แก่พื้นที่ฝั่งใต้และพื้นที่ฝั่งเหนือของแม่น้ำ เนื่องจากเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวย เวลาจะไปลงพื้นที่ใน 5 คอมมูนที่ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำ หากไม่ใช้รถยนต์จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงเนื่องจากต้องอ้อมไปทางเมืองฉือเจียจวง หรือจะเดินทางด้วยจักรยานและข้ามแม่น้ำฮูโถวเหอโดยตรง พื้นที่แม่น้ำฮูโถวเหอที่กว้างใหญ่นั้นแห้งขอด ปกคลุมด้วยดินทรายยากสำหรับการขี่จักรยาน

มีอยู่ครั้งหนึ่งสี จิ้นผิงและเหออี้ว์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา ปั่นจักรยานลงพื้นที่ฝั่งใต้ของแม่น้ำ เมื่อปั่นจักรยานถึงแม่น้ำฮูโถวเหอ ล้อของจักรยานติดหล่มดินทรายไม่สามารถเข็นหรือขี่ได้

สี จิ้นผิง ตบไปที่แฮนด์จักรยานและพูดว่า “คุณรับใช้ผมทุกวัน วันนี้ให้ผมแบกคุณขึ้นมาเถอะ” จากนั้นเขาก็แบกจักรยานไว้บนบ่า เหยียบบนทรายหนาๆ แล้วเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เหออี้ว์จึงรีบแบกจักรยานตามมาจนไปถึงฝั่งใต้ของแม่น้ำ

ช่วงเวลาที่เพิ่งไปทำงานในอำเภอเจิ้งติ้งนั้น สีจิ้นผิงมักจะยุ่งอยู่กับการลงพื้นที่ชนบท จึงไม่ได้กลับปักกิ่งเป็นเวลาหลายเดือน และในช่วงฤดูร้อนเขามักจะแบกจักรยานข้ามแม่น้ำ ทำให้เสื้อกล้ามสองตัวเกิดรอยขาดเป็นรูหลายจุดจากการเสียดสีกับจักรยาน และไม่มีเสื้อกล้ามตัวใหม่ให้เปลี่ยน สี จิ้นผิง จึงจำเป็นต้องสวมใส่ “เสื้อกล้ามฉีกขาด”  ผู้ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเห็นแล้วคิดว่าเป็นเพราะฐานะทางครอบครัวของเขายากลำบาก

เวลาลงพื้นที่ในชนบทมักต้องเดินทางตามถนนดิน หากเจอถนนดินทรายที่มีคนดูแลก็ค่อยดีหน่อย แต่ยังมีถนนดินจำนวนมากที่ขาดการดูแลเป็นหลุมเป็นบ่อ วันที่ท้องฟ้าโปร่งใสมักจะมีฝุ่นเต็มตัว วันที่ฝนตกมักจะมีโคลนเปื้อนรองเท้า  แต่สี จิ้นผิง ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากลำบาก เขาขี่จักรยานไปตามท้องนาในชนบท เดินทางไปมาระหว่างฝั่งเหนือและฝั่งใต้ของแม่น้ำฮูโถวเหอ เขาบอกกับสหายรอบตัวว่าการปั่นจักรยานมีข้อดีสามประการ หนึ่งคือเป็นการออกกำลังกาย สองคือเป็นการใกล้ชิดกับชาวบ้าน และสามคือเป็นการประหยัดน้ำมัน

ระหว่างปั่นจักรยานสีจิ้นผิงมักจะพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงาน เขามักจะถามว่าที่ดินผืนนี้เป็นของหมู่บ้านไหน เตาอิฐนั่นกำกับดูแลโดยหมู่บ้านไหน เขากล่าวว่าผู้นำอำเภอจะต้องเข้าใจสภาพในระดับรากหญ้าอย่างเต็มที่จึงจะให้คำแนะนำตามสายงานได้อย่างเหมาะสม

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

ความผูกพันบนผืนผ้าที่เก่าและขาดสะท้อนถึงชีวิตที่เรียบง่ายและติดดิน -เส้นทางสีจิ้นผิง (16)