หัวเว่ยขึ้นอันดับ 2 ในตลาดสมาร์ทโฟนไทย ส่ง Huawei P10 และ P10 Plus ดันยอดขายโตขึ้น 3 เท่าตัว

0
225

สรุปข่าวโดย ARiP

– Huawei P10 / P10 Plus เข้ามาขายทุกสี (สีเขียว จะตามมาทีหลัง หัวเว่ยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง)
– มีเคสหลากหลายสีสันมาให้เลือก
– มี Magnetic Car Kit อุปกรณ์สำหรับวางมือถือในรถ
– Huawei P10 มีรุ่น 32GB ราคา 17,900 บาท มีสี Mystic Silver และ Prestige Gold
– Huawei P10 รุ่น 64GB ราคา 19,900 บาท มีสี Dazzling Blue, Prestige Gold และ Graphite Black
– Huawei P10 Plus มีรุ่น 64GB ราคา 23,900 บาท มีสี Dazzling Gold, Dazzling Blue และ Graphite Black

>>> Huawei P10 เปิดจอง 17 – 26 มีนาคมนี้ รับสินค้า 31 มีนาคมนี้ และวางขายทั่วประเทศในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

>>> Huawei P10 Plus เปิดจอง 17 – 26 มีนาคมนี้ รับสินค้า 10 เมษายนนี้ และวางขายในวันเดียวกัน

 

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ประกาศความสำเร็จ คว้าส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศ ตั้งเป้ายอดขายปี2560 โตขึ้นอีก 3 เท่าตัว ชูเรื่องการพัฒนาและคุณภาพสินค้าคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ   ส่ง Huawei P10 (หัวเว่ย พี 10) และ Huawei P10 Plus (หัวเว่ย พี 10 พลัส) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องหน้าจากไลก้าเดินหน้าบุกตลาด พร้อมรับพรีออร์เดอร์ตั้งแต่วันที่ 17 – 26 มีนาคม และจำหน่ายอย่างเป็นทางการ วันที่ 31 มีนาคมเป็นต้นไป

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า “จากข้อมูลของ GFK ณ เดือนมกราคมที่ผ่านมา หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) สามารถสร้างยอดขายจนทำให้เราขึ้นเป็นอันดับ 2 ในตลาดสมาร์ทโฟนได้สำเร็จ ซึ่งนับว่าปี 2559 ถือว่าเป็นปีทองของหัวเว่ยในประเทศไทย เพราะถึงแม้เศรษฐกิจจะยังทรงตัวแต่หัวเว่ยกลับมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 3 เท่า ซึ่ง Huawei P9 Series เป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่ช่วยดันยอดขายให้ประสบความสำเร็จ 

นายทศพร กล่าวเสริมว่า ในปีนี้หัวเว่ยยังคงรุกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดขายโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาอีก 3 เท่าตัว ซึ่งถือเป็นความท้าทายอีกขั้นของหัวเว่ย แต่เราเชื่อว่าด้วยสินค้าและกลยุทธ์ต่างๆจะทำให้หัวเว่ยสามารถบรรลุยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปีนี้เราจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 จุด พร้อมเตรียมเปิดหัวเว่ย     แบรนด์ช็อปอีกกว่า 45 จุดทั่วประเทศ อีกทั้งยังคงเน้นหนักในด้านกิจกรรมการตลาดและการใช้สื่อให้ครอบคลุมมากขึ้นทั้งในออฟไลน์และออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ทั้งในแง่แบรนด์และสินค้า   ปัจจัยสุดท้ายที่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คือ ตัวสินค้า ซึ่งหัวเว่ยให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาและคุณภาพสินค้าเป็นอย่างมาก โดย Huawei P Series เป็นกลุ่มสินค้าเรือธง ที่มีจุดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพที่หัวเว่ยและไลก้าได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีเยี่ยม เห็นได้จากความสำเร็จของ Huawei P9 และ P9 Plus ซึ่งปัจจุบันมียอดขายกว่า 10 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่ทำยอดขายได้มากที่สุดของโลกอีกด้วย ดังนั้นการเปิดตัว Huawei P10 และ P10 Plus ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ Huawei P9 Series ซึ่งเป็นอีกครั้งที่หัวเว่ยและไลก้าได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมสำหรับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน เพื่อนำเสนอสมาร์ทโฟนคุณภาพสูง มีคุณสมบัติการใช้งานที่โดดเด่น ในราคาที่สมเหตุสมผลให้แก่ผู้บริโภค

นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา   ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป(ประเทศไทย) กล่าวว่าในส่วนของการตลาดสำหรับ Huawei P10 Series นั้น เราเตรียมแผนกิจกรรมการตลาดเชิงรุกเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยจะเน้นกิจกรรมในเชิงไลฟ์สไตล์เป็นตัวช่วยสร้างการรับรู้ตัวสินค้า  เพราะนอกจากHuawei P10 และ P10 Plus จะโดดเด่นในด้านกล้องที่จับมือร่วมกับไลก้าแล้ว ยังเป็นการผสมผสานด้านดีไซน์เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการบุกเบิกสีสันใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟน ซึ่งหัวเว่ยได้ร่วมมือกับ Pantone Color Institute ผู้นำด้านสีสันระดับโลกสร้างมาตรฐานใหม่ของสีสันที่คัดสรรขึ้นมาเป็นพิเศษ คือ อย่างสีเขียว Greenery ซึ่งเป็นสี PANTONE ประจำปี 2017 และ สีน้ำเงิน Dazzling Blue ที่มาพร้อมผิวขัดแบบHyper-Diamond Cutting ที่เป็นมีพื้นผิวเปล่งประกายสะดุดตาอีกด้วย

หัวเว่ยจะวางจำหน่าย P10 (รุ่น 32 GB) ราคา 17,900 บาท,  P10 (รุ่น 64 GB) ราคา 19,900 บาท และ P10 Plus ราคา 23,900 บาท โดยสีที่จำหน่ายในไทย ได้แก่ Mystic Silver, Prestige Gold, Graphite Black, Dazzling Blue, Dazzling Gold ซึ่งหัวเว่ยพร้อมรับพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 17 – 26 มีนาคม ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปทุกสาขา และพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคมเป็นต้นไป