วางยุทธศาสตร์การค้าไทย เตรียมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับจีน

0
337

รองนายกรัฐมนตรีสมคิด วางยุทธศาสตร์การค้าไทย เตรียมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับจีน พร้อมเชื่อม EEC เข้ากับ One Belt One Road

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) กระทรวงพาณิชย์ และหอการค้าไทย-จีน ร่วมให้การต้อนรับ 100 บริษัทจากประเทศจีน นำโดยธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) ในงานประชุม “การจับคู่ธุรกิจการค้าระดับโลกให้กับผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ของประเทศไทย การทำธุรกิจการค้า และการลงทุนร่วมกันระหว่างประเทศ Thailand Cross-Boarder Trade and Investment Conference ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2017 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา

ภายในงานมีการจับคู่ธุรกิจ การค้าระดับโลก ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และผู้ประกอบการอื่นๆ ของประเทศไทย ได้มาเจรจากัน กระตุ้นให้เกิดการค้าและการลงทุนร่วมกับ 300 บริษัทจากไทย ซึ่งการพูดคุยเป็นไปในรูปแบบของ One to One Negotiation บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ด้านธนาคารแห่งประเทศจีน จัดสรรล่ามแปลภาษา นักกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งโซนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ โซนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC เนื่องจากมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จีนมีศักยภาพหลายด้าน และส่งเสริมให้ไทยเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างรวดเร็ว

งานนี้ได้รับเกียรติจากนายจางเหลย ผู้จัดการใหญ่ธนาคารแห่งประเทศ ประจำประเทศไทย นายหลิว เฉียงรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารแห่งประเทศ ประธานหอการค้าไทย-จีน นางสาวจางเพ่ยตง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวเปิดงานตามลำดับ

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีโอกาสเข้าเยี่ยมเยือนประธานกรรมการฯ ธนาคารแห่งประเทศจีน ที่ปักกิิ่ง ได้เสนอความคิดเห็นว่าไทย-จีน ควรมีความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นความร่วมมือระยะยาวในรูปแบบหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ จนเกิดการจับคู่ทางธุรกิจในวันนี้ นอกจากนี้ ไทยกำลังเร่งพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) เพื่อผสานกับโครงการเส้นทางสายไหม หรือ One belt One road ของจีน

ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ ตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศจีน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หอการค้าไทย-จีน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  ได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.)  เปิดเผยว่า  ธนาคารได้ลงนามความร่วมมือการส่งเสริมศักยภาพ SMEs ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในงาน “การจับคู่ธุรกิจการค้าระดับโลกให้กับผู้ประกอบการรายย่อยของประเทศไทย การทำธุรกิจการค้า และการลงทุนร่วมกันระหว่างประเทศ โดยธนาคารได้นำผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความพร้อมในการจำหน่ายสินค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนเข้าร่วมจับคู่ธุรกิจ  จำนวน 8 ราย จากการคัดเลือกผู้ประกอบการกว่า 20 ราย  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มียอดจำหน่ายตั้งแต่ 50 – 100 ล้านบาท  แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอาหาร จำนวน 4 รายได้แก่ 1) บริษัท เชียงใหม่ไบโอเวกกี้ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผักอัดเม็ด  นวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาแปรรูปผักผลไม้เกษตรอินทรีย์ (organic) ด้วยกระบวนการผลิตแบบอบแห้งสูญญากาศ สามารถคงคุณค่าสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร  อีกทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์ยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ต้องการของตลาด  ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติอันดับ 1 ประจำปี 2555 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศด้านสังคมในการประกวดรางวัลสุดยอดนวัตกรรมปี 2558 อีกด้วย 2) บริษัท เวอร์จิ้น เอฟ แอนด์ บี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายทองม้วนรูปแบบใหม่ที่พัฒนาจากสินค้ารางวัลโอทอป 5 ดาว ทองม้วนวันวิไล โดยได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award 2009 และ Prime Minister ‘s Industrial Award 2009  บริษัทยังจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่ม King Power เพื่อขยายตลาดไปยังต่างประเทศกว่า 10 ประเทศทั่วโลก 3) บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้แปรรูปอบกรอบหลากหลายแบรนด์ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Vacuum  Freeze Dried  ที่สามารถคงสีสัน  คุณค่า รสชาติ  ปราศจากน้ำมัน  ผลิตภัณฑ์ได้รับรองมาตรฐานจาก  GMP, Halal, HACCP, BRC และ 4) บริษัท  เขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม จำกัด ผู้ผลิตแปรรูปสินค้าเกษตรเกี่ยวกับเห็ด สปอร์เห็ดหลินจือ ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางสารอาหารเป็นที่ยอมรับ  มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายรูปแบบทั้งอาหาร-เครื่องดื่ม  ด้วยมาตรฐาน GMP, HACCP

สำหรับผู้ประกอบการอีก 4 รายเป็นประเภทเครื่องดื่ม ได้แก่ 1) บริษัท กาแฟวาวี จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ และร้านกาแฟภายใต้แบรนด์วาวี  กาแฟที่ผลิตโดยใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่ดีที่สุดในประเทศไทย  ไม่ผสมกาแฟจากต่างประเทศ  โดยปลูกที่ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย  ซึ่งเป็นพื้นที่สูง อากาศเย็นตลอดปี จึงทำให้เมล็ดกาแฟที่ได้มีคุณภาพ   และด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบ  มีกระบวนการควบคุมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงส่งผลให้สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตกาแฟ  มีความสะอาดปลอดภัย ตามมาตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2) บริษัท ฟรุตต้า เนเชอรัล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสมูทตี้เนื้อผลไม้ผสมเจลลี่แมงลัก และเมล็ดเจียเครื่องดื่มนวัตกรรมจากธรรมชาติ  3) บริษัท เอ็นซี โคโค่นัท จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะพร้าวพร้อมทาน โดยใช้นวัตกรรมเลเซอร์เปิดฝากะลาด้านบน พร้อมติดห่วงอลูมิเนียมสามารถเปิดทานง่ายด้วยมือเปล่า ส่วนรายที่ 4 เป็นบริษัทขนาดเล็ก ยอดจำหน่ายยังไม่สูงมากนัก เนื่องจากเป็นธุรกิจ Start-Up คือ บริษัท อารยโชคทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มโสม เห็ดหลินจือ เก๊กฮวย อาหารเสริมเข้มข้นบรรจุขวด  ดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ เน้นการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนโดยเฉพาะ

“ธนาคารมั่นใจว่าผู้ประกอบการทั้ง 8 ราย  จะสามารถจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการชาวจีนในครั้งนี้ได้สำเร็จ เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ  มีความพร้อม ทั้งด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การตลาด รวมถึงขบวนการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ   และหากผู้ประกอบการมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อนำไปต่อยอดจากการเจรจาในครั้งนี้ ธนาคารพร้อมให้การสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างเต็มที่  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดทำการค้าระหว่างประเทศอยู่แล้ว”นายมงคล กล่าวเพิ่มเติม

ทิ้งคำตอบไว้